องค์การสวนสัตว์ฯ ​นำนกกระเรียนพันธุ์ไทย 11 ตัว ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก

ภูมิภาค13 ก.พ. 2565 • 04:19 น.
องค์การสวนสัตว์ฯ ​นำนกกระเรียนพันธุ์ไทย 11 ตัว ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ  เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก
วันนี้ (13 ก.พ.65) เวลา 08.00 น. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานบุรีรัมย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยจำนวน 11 ตัว ที่สวนสัตว์นครราชสีมาได้เพาะเลี้ยงทำการฝึกและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ให้สามารถคืนถิ่นกลับสู่ธรรมชาติ ใช้ชีวิตหากินและขยายพันธุ์ อยู่ในระบบนิเวศได้อีกครั้ง ปัจจุบันมีนกระเรียนพันธุ์ไทยอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ และสามารถขยายพันธุ์ได้เองในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 133 ตัว ทั้งนี้ โครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติประสบความสำเร็จในประเทศไทย และในระดับโลก จากที่เคยสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยไปแล้วกว่า 50 ปี เมื่อปี พ.ศ.2554 องค์การสวนสัตว์ได้เพาะเลี้ยง ศึกษาจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีอยู่ที่สวนสัตว์นครราชสีมา ต่อมาเห็นว่ามีจำนวนมากพอที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยพิจารณาพื้นที่เหมาะสมบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเหมาะแก่การอยู่อาศัยของนก หลายชนิด จึงเริ่มปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีการทำความเข้าใจ กับคนในชุมชน ทำให้อัตราการอยู่รอดของนกกระเรียนสูงมาก ในครั้งนี้ปล่อยอีกจำนวน 11 ตัว และมีแผนจะปล่อยอีกเรื่อยๆ ให้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติที่ยั่งยืน อีกทั้งเพื่อให้ประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ มีส่วนร่วมในการปกป้องและอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในครั้งนี้ ให้มีชีวิตอยู่รอด ละช่วยคืนความสมดุลในระบบนิเวศน์ เป็นการอนุรักษ์ประชากรนกระเรียนพันธุ์ไทยในธรรมชาติอย่างยั่งยืนในระยะยาว และยังมุ่งหวังในการเสริมสร้างให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่า ภายใต้ สโลแกนที่ว่า “นกอยู่รอด คนอยู่ได้ ชุมชนมีสุข” โดยคนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้ เกิดแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่หาดูยากที่สุดของโลก เกิดผลิตภัณฑ์ชุมข้าวอินทรีย์ ที่ได้รับความนิยม