น่าน หนุน'ชุมชนไม้มีค่า-ป่าครอบครัว' เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างรายได้ ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน

ภูมิภาค1 ก.ย. 2562 • 07:06 น.
น่าน หนุน'ชุมชนไม้มีค่า-ป่าครอบครัว' เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างรายได้ ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน
วันนี้ (1 ก.ย.62) นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอสันติสุข เป็นประธานในงาน Road Show สร้างการรับรู้การดำเนินงานสร้างพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ "ชุมชนไม้มีค่า-ป่าครอบครัว ตาม BEDO Concept” ที่ทางสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือเบโด้ (BEDO) นำโดย นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการฯ ร่วมกับหน่วยงานภาคี ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยพลังสนับสนุนจากกลุ่มเครือข่าย 11 หน่วยงานจัดขึ้น ที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชนวัดโป่งคำ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน โดยมี มูลนิธิส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชนวัดโป่งคำ สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวจังหวัดน่าน รวมทั้งเครือข่ายชุมชนทั้งในจังหวัดน่าน และจังหวัดใกล้เคียง ให้ความสนใจเข้าร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความรู้ในงาน นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือเบโด้ (BEDO) กล่าวว่า BEDO Concept คือหลักการสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นพัฒนาและสร้างรายได้ จากการนำความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ชุมชนเป็นเจ้าของแหล่งวัตถุดิบ มาต่อยอดผลิตเป็นสินค้าเพื่อจำหน่าย โดยพื้นที่ต้องไม่ตั้งอยู่ในเขตของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยจะส่งเสริมให้เจ้าของพื้นที่ปลูกพันธุ์กล้าไม้ที่มีความสมบูรณ์และมีความเหมาะสมตามระบบภูมินิเวศ เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และผักพื้นบ้านต่างๆ ให้สามารถเก็บกิน เก็บขายได้ ซึ่งมีหลักสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรชีวภาพชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นวัตถุดิบหลัก 2. การผลิตที่เป็นมิตรกับความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม และ 3.การปันรายได้บางส่วนไปอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรชีวภาพ และชุมชนท้องถิ่น ปกป้อง ดูแลรักษา และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นสมบัติที่ตกทอดสู่คนรุ่นต่อไปอย่างสมบูรณ์แบบและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันได้เกิดพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ “ชุมชนไม้มีค่า-ป่าครอบครัว” จำนวน 2,431 ชุมชน แบ่งเป็นภาคเหนือ 828 ชุมชน ภาคกลาง 82 ชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 830 ชุมชน ภาคตะวันออก 157 ชุมชน ภาคตะวันตก 258 ชุมชน ภาคใต้ 258 ชุมชน คิดเป็นจำนวน 119,538 ไร่ ซึ่งเป็นกลไกของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการเสริมกำลังให้กับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ประชาชนจะอยู่ดีกินดี มีทรัพยากรที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสินทรัพย์แล้ว ยังก่อให้เกิดการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อเติมเต็มพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ร้อยละ 15 ตามแนวนโยบายของรัฐบาล