รวบขบวนการยาเสพติด'มันทุกเม็ดข้ามชาติ' พบเครือข่ายโยงใยฟอกเงิน 1 หมื่นกว่าล้านบาท

ภูมิภาค25 มิ.ย. 2563 • 04:46 น.
รวบขบวนการยาเสพติด'มันทุกเม็ดข้ามชาติ'  พบเครือข่ายโยงใยฟอกเงิน 1 หมื่นกว่าล้านบาท
วันที่ 25 มิย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรัตม์ชัย ศรีรัตนวุฑฒิ , พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต, พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร, พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี, พล.ต.ต.อดุลย์ ดรุณเพท รอง ผบช.ภ.5 ร่วมกับ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 โดย นายมานิต โกเมศ ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5สำนักงาน ปปง. โดย นายปิยะ ศรีวิกะ ผู้อำนวยการส่วน ปก.3 คด.3 ปปง.สำนักงานสรรพากรพื้นที่เชียงใหม่1 โดย นายจีระยุทธ เหล่มประวัติ นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ ร่วมแถลงผลการติดตามจับกุมขยายผลกลุ่มแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มี.ค.62 ที่ผ่านมาทาง กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ได้ทำการตรวจยึดยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด พร้อมตรวจยึดสมุดบัญชีธนาคารกรุงเทพ ของนายสุนทร ได้ในรถยนต์ของกลาง ในเขตพื้นที่ สภ.บ้านดู่ จว.เชียงราย ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวน ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายสุนทร ทำหน้าที่ขับรถลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 112/2562 ซี่งอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าว พบว่า มีรับโอนเงินจากกลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ ภาคกลาง จำนวนหลายครั้ง นอกจากจะมีการโอนเงินค่ายาเสพติดแล้วยังได้โอนเงินให้กับกลุ่มบุคคลสัญชาติพม่าที่น่าสนใจ จำนวน 2 บัญชี ซึ่งทำการตรวจสอบแล้วพบว่า มีการรับโอนเงิน จากบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งที่ถูกจับกุมและยังไม่ถูกจับกุม จากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 130 ล้านบาท โดยมีลักษณะการทำธุรกรรมการเงินในการรับโอนเงินจากกลุ่มบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นจะโอนเงินออกไปให้ยังกลุ่มผู้ประกอบการค้าขายสินค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศ จากนั้นจนทราบว่า มีนักธุรกิจชาวจีนชื่อนายช้าง เป็นคนโอนเงินชำระค่าสินค้า และ ยังใช้บัญชีอื่นๆ อีก รวมจำนวน 49 บัญชี ในการโอนเงินมาชำระค่าสินค้า ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้ง 49 บัญชี พบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 10,120,000,000 (หนึ่งหมื่นหนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาท) โดยตรวจสอบพบว่าผู้เปิดใช้บัญชีมีทั้งคนไทย, จีน และคนสัญชาติเมียนมาร์ และมีบัญชี ที่รับโอนเงินมาจากผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นโอนเงินออกไปยังผู้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศไทยและจีน เป็นค่าชำระสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งโอนเงินไปยังบริษัทค้าทองคำ, บริษัทค้าน้ำมัน, บริษัทส่งออกผลไม้ อาหารทะเล, ผู้ประกอบการส่งออกปศุสัตว์ เช่นวัว และควาย โดยจากการนำข้อมูลเส้นทางการเงินในจำนวน 49 บัญชี มาตรวจสอบกับฐานข้อมูลการจับกุม ยาเสพติดเดิม พบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดที่เคยสืบสวนจับกุมแล้ว เข้ามาเกี่ยวข้องกับการรับ-โอนเงิน จำนวน 8 บัญชี เช่น เครือข่ายมันทุกเม็ดของ ภาค 6 และ ภาค 5 , เครือข่ายไอซ์ 500 กิโลกรัม ของ น.ส.จุ๋ม อดีตนางแบบแนวปลุกใจเสือป่า, เครือข่ายพระแสงวรรณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสูงประเทศพม่า, เช่น เครือข่ายมันทุกเม็ดของ ภาค 6 และ ภาค 5 , เครือข่ายไอซ์ 500 กิโลกรัม ของ น.ส.จุ๋ม อดีตนางแบบแนวปลุกใจเสือป่า, เครือข่ายพระแสงวรรณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสูงประเทศพม่า, เครือข่าย “เจ๊แหม่ม” ตรัง เป็นต้น นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบัญชีโดยละเอียดพบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจำนวนมาก ทั้งที่เคยถูกจับกุมแล้ว และยังไม่ถูกจับกุม ได้โอนเงินเข้ามาใน 8 บัญชีนี้ ในจำนวนกว่า 10,000 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนทั้งหมด 109 คน ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดยาเสพติด ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด" เช่นบริษัทส่งออกผลไม้ เนื้อสัตว์และอาหารทะเล, ผู้ประกอบการส่งออกปศุสัตว์ เป็นค่าชื้อสินค้า เมื่อแลกเปลี่ยนเป็นสินค้า แล้วจะนำสินค้า เช่น ทองคำ, น้ำมัน, ผลไม้, เนื้อสัตว์ ไปจำหน่ายต่อ เมื่อได้เงินค่าสินค้าแล้ว จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกลุ่มขบวนการ “ฟอกเงิน” เป็นเงินค่าสินค้าถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ฝากเตือนภัย “เปิดปุ๊บ ติดปั๊บ” การรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร หรือยอมให้ผู้อื่นเอาบัญชีไปใช้ มีโทษทางกฎหมาย หากบัญชีถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางทุจริต อาจกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิดอาญา หรือกระบวนการฟอกเงิน หรือการฉ้อโกงบุคคลอื่นๆได้ ดังนั้น จึงไม่ควรเปิดบัญชีธนาคารให้กับบุคคลทั้งที่รู้จักหรือไม่รู้จักนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินโดยเด็ดขาด แต่สำหรับผู้ที่เคยเปิดบัญชีให้ผู้อื่น แนะนำรีบปิดบัญชีโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่ามิจฉาชีพนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำการทุจริต และจะได้ไม่เดือดร้อนในภายหลัง.