ม.ขอนแก่น จัดใหญ่ "บุญข้าวจี่วาเลนไทน์" สืบทอดวิถีชุมชนที่ถูกหลง ผสาน 2 วัฒนธรรมร่วมสมัยระหว่างงานบุญเดือนสามกับเทศกาลแห่งความรักได้อย่างลงตัว
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 14 ก.พ.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณริมบึงศรีฐาน ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ได้มีประชาชนชาวขอนแก่นจำนวนมาก ต่างพร้อมใจกันนุ่งผ้าซิ่น ผ้าโสร่ง และแต่งกายด้วยชุดไทย ร่วมทำบุญตักบาตรด้วยข้าวจี่แด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องใน งาน"บุญข้าวจี้วาเลนไทน์ ประจำปี 2562" ซึ่ง มข.ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รักษาการรองอธิการบดี มข. กล่าวว่า กิจกรรมงานบุญดังกล่าวเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟู ที่ มข.ได้ประยุกต์ประเพณีได้อย่างสร้างสรรค์และที่สำคัญคือการเข้ากับยุคสมัยใหม่ ที่ถือเป็นการขับเคลื่อนศักยภาพ ทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้ปรากฏเป็นรูปธรรม บุญข้าวจี่วาเลนไทน์ จึง เป็นการพลิกฟื้นวัฒนธรรมครั้งสำคัญ ในการผนวกรวม 2 วิถีเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “ไม่หลงของเก่าไม่เมาของใหม่” และเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าการอนุรักษ์วัฒนธรรมแห่งรากเหง้าดั้งเดิมของคนอีสานนั้นไม่ใช่การทำในแบบเดิมที่สืบทอดต่อกันมาเท่านั้น แต่ต้องผสานหรือปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมเพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงได้ สิ่งนี้น่าจะเป็นคำตอบของการสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมให้ยั่งยืนต่อไป
"คนอีสานมีชีวิตผูกพันอยู่กับความเชื่อทางศาสนา จึงมักมีประเพณีเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตตลอดปี เรียกว่าฮีต 12 คลอง 14 โดยยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน ดังเช่น บุญข้าวจี่ นิยมจัดในราวกลางเดือนหรือปลายเดือนสาม คือ ภายหลังการทำบุญวันมาฆบูชา (เดือนสาม ขึ้น14 ค่ำ) บุญข้าวจี่เป็นกิจกรรมร่วมของชุมชนหลายหมู่บ้าน โดยชาวบ้านจะคัดเลือกข้าวที่ดีที่สุดนำมาถวายเป็นพุทธบูชา มาผ่านกรรมวิธีจี่ข้าว(การนำข้าวเหนียวเป็นปั้นไปปิ้งไฟด้วยเตาถ่าน) เพื่อตักบาตรข้าวจี่ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์"
รศ.ดร.นิยม กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันบุญข้าวจี่ได้ถูกสืบทอดเฉพาะวิถีของชุมชน และถูกหลงลืมในหมู่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ หลายคนคุ้นเคยกับวันวาเลนไทน์มากกว่าบุญข้าวจี่ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาใกล้เคียงกัน ฉะนั้นเพื่อให้คนหนุ่มสาวได้ฉลองความรักในเทศกาลวาเลนไทน์และมีโอกาสสืบสานประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสาน มข.จึงกำหนดจัดงานบุญข้าวจี่วาเลนไทน์ขึ้นในวันแห่งความรัก ที่สอดแทรกแนวคิดและตีความหมายของความรักให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะความรักความสามัคคีของคนในท้องถิ่นล้วนแต่เป็นประเพณีที่ส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ออกมาร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์กันอีกด้วย