ตร.-กู้ภัยฯไล่ล่าระทึกหนุ่มหลอนยาขโมยกระบะแหกด่านกว่า 120 กม.ก่อนจนมุมอ้างมีคนตามฆ่า
ตำรวจท้องที่สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา พร้อมกู้ภัย และพลเมืองดี ขับรถไล่ล่าหนุ่มหลอนยาบ้า อ้างมีคนตามฆ่าขโมยกระบะขับหนีน้ำมันหมดจอดทิ้ง ก่อนขโมยสองแถวแวะเติมน้ำมันแต่จ่ายเงินไม่ครบ เร่งเครื่องหนีแหกด่านกว่า 120 กม. ก่อนจนมุมถูกรวบให้การวกวนอ้างจะไปพี่สาวที่ กทม. เพราะพ่อแม่พี่ชายน้องชายถูกคนร้ายฆ่าทิ้งหมดแล้ว ตรวจเจอฉี่ม่วงโดนไปหลายข้อหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.โชคนาสาม อำเภอปราสาท จ.สุรินทร์ พร้อมด้วย ตำรวจ สภ.ประโคนชัย , สภ.เฉลิมพระเกียรติ , สภ.นางรอง , สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งหน่วยกู้ภัยบ้านสองเมือง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และพลเมืองดี ได้ร่วมกับขับรถติดตามไล่ล่าคนร้ายเป็นชาย ก่อเหตุลักขโมยรถยนต์กระบะจากท้องที่ สภ.ขุขันณ์ จ.ศรีสะเกษ ขับหลบหนีไปตามถนนสาย อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ กระทั่งน้ำมันหมดจึงจอดรถทิ้ง และขโมยรถสองแถวขับหนีต่ออีก ก่อนจะแวะเติมน้ำมันที่ปั้มแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านตานี ท้องที่ สภ.โชคนาสาม จำนวน 500 บาท
แต่พอเติมเสร็จกลับจ่ายเงินให้พนักงานปั้มเพียง 100 บาท แล้วก็เร่งเครื่องหนีออกจากปั้มอย่างรวดเร็ว แล้วขับไปตามถนนสาย อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เข้าไปในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ตำรวจ สภ.โชคนาสาม จึงได้ขับรถไล่ติดตามพร้อมประสานตำรวจ สภ.ประโคนชัย , นางรอง , หนองกี่ ที่คาดว่าคนร้ายจะขับผ่านช่วยสกัดจับ โดยมีหน่วยกู้ภัยบ้านสองเมือง และผู้ประกอบการรถยก รถสไลด์ช่วยขับติดตามด้วย แต่คนร้ายกลับขับแหกด่านตั้งแต่ สภ.ประโคนชัย , นางรอง และหนองกี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย และพลเมืองดี ก็ยังขับติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยกู้ภัยบ้านสองเมืองไลฟ์สดเหตุการณ์ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย ซึ่งคนร้ายขับหนีไปจนถึง อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.หนองบุญมาก ร่วมสกัดจับด้วย จนในที่สุดคนร้ายก็ยอมจอดรถและยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวโดยไม่ได้ต่อสู้ขัดขืน รวมระยะทางที่ไล่ติดตามกว่า 120 กิโลเมตร
เมื่อตรวจสอบทราบว่าคนร้ายชื่อนายทศพร หรือกาแฟ อายุ 25 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บ้านนา ต.ภูเงิน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปที่ สภ.หนองบุญมาก เพื่อสอบปากคำเบื้องต้น ซึ่งจากการสอบถามนายทศพร ผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลว่า มีคนจะตามฆ่าตนเองจึงขโมยรถกระบะคนอื่นเพื่อจะขับไปหาพี่สาวที่กรุงเทพฯ แต่น้ำมันหมดจึงจอดทิ้งไว้ข้างทาง แล้วขโมยรถสองแถวขับหนีต่อมาเติมน้ำมันที่ปั้มแต่มีเงินแค่ 100 เดียวจึงจ่ายให้ไม่ครบแล้วขับหนี ส่วนพ่อแม่พี่ชายและน้องชายถูกคนร้ายยิงตายหมดแล้ว ถูกฝังและอยู่ในสระน้ำที่จ.ศรีสะเกษ แล้วคนร้ายจะมาตามฆ่าตนเองอีกจึงขโมยรถขับหนี แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเพราะจากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย คาดว่าน่าจะหลอนจากฤทธิ์ยาเสพติดจึงพูดจาวกวน ก็ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ
สอบถามนายปัญญา เจ้าของรถยก ซึ่งเป็นพลเมืองดีที่ร่วมในการไล่ติดตามคนร้ายด้วย เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั้มบ้านตานี อำเภอปราสาท ซี่งตนได้ยินเสียงโวยวายก่อนคนร้ายจะเร่งเครื่องขับออกไปด้วยความเร็ว ตนจึงตัดสินใจขับรถตามไป พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคนาสาม ช่วยติดตามด้วย พอคนร้ายขับหนีเข้าไปในท้องที่ สภ.ประโคนชัย ก็ได้ปะสานตำรวจ และกู้ภัยบ้านสองเมืองช่วยสกัดจับ แต่คนร้ายกลับขับหนีไปอีกจึงได้ช่วยกันไล่ติดตามไปเรื่อย กระทั่งไปจนมุมที่อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ส่วนรายละเอียดเรื่องขโมยรถตนไม่ทราบ รู้แค่เรื่องที่เติมน้ำมันแล้วจ่ายเงินไม่ครบ
ส่วน นายชญานิน พุทธิชาติ หัวหน้ากู้ภัยบ้านสองเมือง เล่าว่า หลังได้รับการประสานว่ามีคนร้ายขโมยรถและเติมน้ำมันไม่จ่ายเงิน ให้ช่วยติดตามอีกทาง ในฐานะที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว จึงได้นำรถในภารกิจกู้ภัย ช่วยไล่ติดตามคนร้ายร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งก็ไล่ติดตามไปเรื่อยแต่คนร้ายก็ไม่ยอมหยุดรถขับแหกด่านทั้งประโคนชัย นางรอง หนองกี่ ก่อนจะไปจนมุมถูกรวบตัวที่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา รวมระยะทางประมาณ 120 กม. จากที่ดูลักษณะท่าทางคาดว่าน่าจะเสพยาเสพติดหลอนแล้วก่อเหตุ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในรถสองแถงที่คนร้ายขโมยมาพบเงินสด 2,000 บาท อยู่ใต้พรมฝั่งคนขับด้วย แต่ไม่ทราบว่าเป็นของเจ้าของรถหรือไม่ จึงได้ตรวจยึดไว้ก่อน พร้อมทั้งได้นำตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สภ.โชคนาสาม และท้องที่ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดต่อไป จากพฤติการณ์ก็เข้าข่ายกระทำผิดทั้งลักทรัพย์รถยนต์ เติมน้ำมันจ่ายเงินไม่ครบ และเสพสารเสพติดแล้วขับรถ