กนป.อนุมัติ ให้ขนส่ง น้ำมันปาล์มจากมาเลเซีย ไปยัง สปป. ลาวผ่านไทย ดันราคาปาล์มน้ำมันตกวูบ
กระแสข่าวกนป.อนุมัติ ให้มีการขนส่ง น้ำมันปาล์มจากประเทศมาเลเซีย ไปยัง สปป ลาวผ่าน ประเทศไทย ทางบก ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันตกวูบเหลือแค่ 7.40 จากเดิมราคาอยู่ที่ 12.00 บาท
หลังจากที่ทาง กนป. ได้มีการอนุมัติ ให้ทางประเทศมาเลเซีย ขนส่งน้ำมันปาล์ม ไปยังประเทศ สปป.ลาว ทางบก โดยผ่านประเทศไทยนั้น เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จังหวัดกระบี่ ได้ออกมาร่วมกันคัดค้าน เมื่อวานนี้ ที่บริเวณ แยกตลาดอ่าวลึก ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยมีเกษตรกร ชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ ประมาณ 30 คน นำโดยนายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานคณะกรรมการด้านปาล์มน้ำมันและพืชพลังงาน สภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ นายอธิราษฎร์ ดำดี คณะทำงานด้านปาล์มน้ำมัน สภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ ได้คัดค้านการขนส่งน้ำมันปาล์ม จากประเทศมาเลเซียไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยการผ่านด่านศุลกากรสะเดา และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1
นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานคณะกรรมการด้านปาล์มน้ำมันและพืชพลังงาน สภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวว่า ตามที่ทางการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มีการแจ้งขอนำผ่านน้ำมันปาล์ม จากประเทศมาเลเซียไปยัง สปป.ลาว โดยผ่านด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ซึ่งเป็นการขนส่งทางบกโดยรถบรรทุกตลอดระยะทาง 1,612 กิโลมตร ใช้เวลา 22 ชั่วโมงในการเดินทางผ่านพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมหลายจังหวัดนั้นตนเองในฐานะตัวแทนเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันมีข้อกังวลหลายประการ จึงขอคัดค้าน และมีข้อเสนอแนะ การนำเข้าผ่านแดนโดยการขนส่งทางบก ที่ขาดการควบคุม ติดตาม กำกับดูแลให้เกิดความเรียบร้อย อาจจะเกิดการสวมสิทธิ์ สวมรอย ลักลอบ นำเข้ามาโดยไม่ถูกต้องผิดประเกท และไม่ได้ส่งออกไปจริง ทำให้มีปัญหากับตลาดและปริมาณน้ำมันปาล์มภายในประเทศเราเองได้
ประการต่อมา ประเทศไทย ไม่ได้กีดกันการนำเข้าผ่านแดนน้ำมันปาล์มจากประเทศมาเลเซียไปยัง
ประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด เพียงแต่มีการปรับเงื่อนไขการนำเข้าให้ใช้การขนส่งทางเรือ ให้ใช้ท่าเรือคลองเตย ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด และใช้การขนส่งทางบกต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านตามด่านที่กำหนด เพื่อเป็นการง่ายต่อการควบคุมกำกับดูแล และคล่องตัวในการขนส่ง มีระยะทางการขนส่งที่ใกล้กว่า ใช้การขนส่งทางบกเพียง 625 กิโลมตร ใช้เวลาเพียง 8 ชั่วโมง เท่านั้น มีผลต่อการลดระยะทาง เวลา และต้นทุนการขนส่ง อย่างเห็นได้ชัด
ประการที่ 3 การกำหนดเงื่อนไขการขนส่งสินค้าเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรใน จริงๆแล้ว วิธีปฏิบัติที่ทุกประเทศนำมาใช้กันอย่างปกติ อย่างเช่น ประเทศไทยต้องการส่งขายข้าวสังข์หยดจากภาคใต้ไปยังประเทศมาเลเซีย ต้องส่งจากท่าเรือมาบตาพุด ไม่สามารถขนส่งผ่านทางบกไปยังประเทศมาเลเซียโดยตรงได้ หรือ ประเทศอินโคนีเซียมีการกำหนดจุดนำเข้าสินค้าผักและผลไม้ ให้นำเข้าได้เพียง 4 แห่ง คือสนามบินกรุงจาการ์ตา ท่าเรือเมคาน ท่าเรือเมืองสุราบายา และท่าเรือเมืองมากัสซาร์ เท่านั้น
และประการสุดท้าย รัฐบาลไทยควรเจรจาการค้ากับ สปป.ลาว เพื่อเสนอขายน้ำมันปาล์มของประเทศไทยเอง ซึ่งขณะนี้ น้ำมันปาล์มของประเทศไทย ผลิตได้เกินกว่าความต้องการใช้ในประเทศ มีราคาใกล้เคียงกับน้ำมันปาล์มในตลาดสากล และสินค้าไทยมีคุณภาพ มีแบรนด์ มีภาพทางการค้ำที่ได้รับการยอมรับ การน้ำเข้าน้ำมันปาล์มผ่านแดนทางบก ทำให้เกิดผลกระทบกับราคาผลปาล์มภายในประเทศอย่างแน่นอน หลังจากข่าวนี้ได้แพร่ออไป ทำให้ ราคาผลปาล์ม ในช่วง 7วันที่ผ่านมา ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก กก.12 บาท เหลือเพียง 7.40 บาท (ราคาหน้าลานเท) และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้( 4 ก.พ. 2565) ทางคณะกรรมการ กนป.จะมีการประชุมในเรื่องนี้อย่างเรางด่วน