ผู้การ ตร.สั่งสอบเพิ่มคดียิงทหารร้อยโทในค่าย มุ่งปมชู้สาว

ภูมิภาค11 ก.พ. 2564 • 15:08 น.
ผู้การ ตร.สั่งสอบเพิ่มคดียิงทหารร้อยโทในค่าย มุ่งปมชู้สาว
ผู้การ ตร.นครพนม ระดมทีมสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน สอบสวนเก็บหลักฐานเพิ่มเติมสางคดี มือปืนอุกอาจบุกสังหารจ่อยิง นายทหารยศร้อยโทดับ ให้น้ำหนักความขัดแย้งปมส่วนตัวชู้สาว มากกว่าขัดแย้งการทำงาน คาดคนในก่อเหตุรู้เห็นช่องทางหลบหนี เร่งแกะรอยตามมือปืน มาดำเนินคดี ผู้การทหารยืนยันไม่เคยมีอคติกับคนตายถึงขั้นรุนแรง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณัชวิชญ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม ประสานงานร่วมกับ พ.ต.ท.จิรุฏฐ์ พิมพา รอง ผกก.สืบสวนนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และกองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ภายในถนนจุดเกิดเหตุ ด้านหลังค่ายพระยอดเมืองขวาง มณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม เพื่อคลี่คลายคดี เกี่ยวกับ กรณีเกิดเหตุ มือปืนอุกอาจบุกเข้าไปสังหารยิง ร้อยโท รุ่งเฉลิม พันธ์สวัสดิ์ อายุ 34 ปี นายทหารหัวหน้าหมวดดุริยางค์ทหารเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ห่างจากบ้านพักประมาณ 300 เมตร ขณะผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวป 100 ทะเบียน คขร 222 สงขลา กลับจากที่ทำงานเข้าบ้านพัก โดยจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า จุดเกิดเหตุ เป็นจุดที่มืดไม่มีไฟส่องสว่าง อีกทั้งไม่มีเวรยามรักษาการ เพราะอยู่ด้านหลัง คาดว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกโม่ในการก่อเหตุ เพราะตรวจสอบเก็บหลักฐานไม่พบปลอกกระสุน ส่วนเส้นทางหลบหนี มีช่องทางประตูรั้วลวดหนามออกด้านหลัง เชื่อมไปยังพื้นที่หมู่บ้าน ต.กุรุคุ อ.เมืองนครพนม ที่สามารถหลบหนีได้ ล่าสุดทางด้าน พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ทางตำรวจ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ตรวจสอบ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม และสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ ซึ่งศพผู้เสียชีวิตได้ส่งไปชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น เบื้องต้นตรวจสอบสภาพศพ ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิง เข้าที่ต้นคอด้านขวา 1 นัด และจุดใต้รักแร้ จำนวน 2 นัด รวมยิง 3 นัด แต่ไม่พบปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุ เชื่อว่าเป็นอาวุธปืนลูกโม่ โดยทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวน พยาน และผู้พบเห็นเหตุการณ์เบื้องต้น พบว่า คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ สีขาว ไม่ทราบยี่ห้อ และป้ายทะเบียน ขับเข้ามาก่อเหตุประกบยิงในระยะประชิด เชื่อว่ามีการเตรียมการมาก่อน อีกทั้ง ยังชำนาญในเส้นทางหลบหนี สันนิษฐานว่าเป็นบุคคลภายในที่ก่อเหตุ เนื่องจากบุคคลภายนอกยากที่จะเข้าไปภายในค่าย เพราะมีการตรวจสอบบุคคลเข้าออกทางประตูด้านหน้า มีเพียงประตูด้านหลังที่เป็นช่องทางธรรมชาติ ในการหลบหนี นอกจากนี้จุดเกิดเหตุยังพบว่า กล้องวงจรปิดชำรุดมานานหลายเดือน ส่วนประเด็นการฆาตกรรมครั้งนี้ ทางตำรวจ ให้น้ำหนักความขัดแย้งส่วนตัว ปมชู้สาว รวมถึงยาเสพติด มากกว่าความขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาด้านการทำงาน แต่ทางตำรวจยังไม่ตัดทุกประเด็นทิ้ง ขอเวลาทำงาน เชื่อว่าอีกไม่นานจะสามารถจับตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน ยังรอการสอบสวน บุคคลใกล้ชิด รวมถึง พยานแวดล้อม อีกบางส่วน ซึ่งทางตำรวจ ได้ทำงานเต็มที่ ทั้งทีมสืบสวนนครพนม สืบสวน สภ.เมืองนครพนม และ สืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ลงพื้นที่ ตรวจสอบเก็บหลักฐานทุกด้าน พล.ต.สามารถ จินตสมิทธิ์ ผบ.มทบ.210 ให้ข้อมูลว่า ในการทำงานดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาตนมีความเมตตา ดูแลลูกน้อง เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ทุกคนเข้าใจดี สำหรับผู้ตาย ถือเป็นนายทหารอีกคนที่ตนรักชื่นชมในการทำงาน แต่มีปัญหาบางครั้ง ตนได้ มีการว่ากล่าวตักเตือน เป็นเรื่องของการทำงานบกพร่องเล็กน้อย ไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งพื้นฐานผู้ตายเคยทำงานที่ จ.ปัตตานีมาก่อน และย้ายมาที่ มทบ.210 นครพนม ประมาณ 3 ปี เป็นนายทหารที่เลื่อนชั้นยศจากนายทหารยศจ่า และจบโรงเรียนดุริยางค์ทหารบก รุ่น 48 ไม่ได้อยู่ฝ่ายงานที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งภายใน และตนยืนยันไม่เคย มีอคติกับลูกน้อง ถึงแม้จะมีกระแสข่าวว่าขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชา หรือเรื่องทำงาน ตนยืนยันว่า ไม่มีปัญหาขั้นรุนแรง แต่เรื่องส่วนตัว หรือความขัดแย้งในครอบครัว รวมถึงปมขัดแย้งชู้สาว เป็นเรื่องส่วนตัวที่จะได้ประสานตำรวจสอบสวนสืบสวนเชิงลึก และตนให้น้ำหนักประเด็นการเสียชีวิต เชื่อว่าคนก่อเหตุต้องเป็นคนภายในที่มีการเตรียมการ และรู้ช่องทางหลบหนี จากนี้ตนจะได้ประสานทางกองทัพบกรายงานข้อเท็จจริง และมอบหมายให้ดำเนินการตามขั้นตอน และช่วยเหลือในสิทธิ์ประโยชน์ที่ผู้ตายจะได้รับ และพร้อมที่จะช่วยเหลือดูแลครอบครัวตามอำนาจหน้าที่