จับคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ทองในห้างบิ๊กซี สาขาหล่มสักได้แล้ว

ภูมิภาค25 ม.ค. 2565 • 09:41 น.
จับคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ทองในห้างบิ๊กซี สาขาหล่มสักได้แล้ว
คืบหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงทองในห้างบิ๊กซี กวาดทองในตู้ ไปได้ 23 บาท ได้แล้ว หลังญาติผู้ก่อเหตุติดต่อขอมอบตัวพร้อมของกลาง ทั้งทอง และปืน อ้างทำไปเพราะมีหนี้สิน เงินกู้รายวัน เลยทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ วันที่ 25 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงทอง ที่ร้านทองเยาวราช สินทวี ซึ่งตั้งอยู่ในห้างบิ๊กซี สาขาหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 35-45 ปี สวมเสื้อยืดคอปกสีน้ำเงินเข้ม กางเกงยีนส์ สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ ความสูงประมาณ 173 เซนติเมตร ใส่แมสสีดำปิดบังใบหน้า มีปืนลูกซองสั้น แบบไทยประดิษฐ์เป็นอาวุธ เข้าก่อเหตุจี้ชิงสร้อยคอทองคำ ที่ร้านทองเยาวราช สินทวี ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างบิ๊กซี ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยคนร้าย ได้สร้อยคอทองคำ น้ำหนักเส้นละ 1 บาท จำนวน 23 เส้น รวมน้ำหนักทองคำ ที่ได้ไป  23 บาท ไปนั้น ที่ห้างบิ๊กซี สาขาหล่มสักภายในห้างยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่ยังมีหลายร้านค้า ที่ยังไม่ได้มาเปิดบู๊ธขายของ รวมทั้งร้านทอง ที่ถูกคนร้ายลงมือก่อเหตุ ก็ยังไม่ได้เปิดเพราะยังเป็นเวลาเช้าอยู่ ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หล่มสัก ช่วงคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก ได้ทำการสอบสวน จนทราบว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุจี้ทองในห้างฯ ก็คือ นายนพรุจ  สุขเสถียร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 1 ตำบลนาเกาะ อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ลงมือก่อเหตุชิงทอง เพราะปัญหาหนี้สินรุมเล้า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบที่บ้านหนุ่มก่อเหตุแล้ว แต่ไม่พบตัวคาดว่าตั้งแต่ก่อเหตุ ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปกบดานอยู่ที่อื่น แต่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เองก็แจ้งให้ภรรยาผู้ก่อเหตุ ทำการติดต่อผู้ก่อให้เข้ามามอบตัว กับทางพนักงานสอบสวน ล่าสุด พลตำรวจตรีนิพนธ์ พานิชเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เดินทางลงพื้นที่ อำเภอหล่มสัก เพื่อติดตามผลคดีด้วยตัวเอง โดยมี พ.ต.อ.สุรวิชย์  ชัยสิทธิ์ ผกก.สภ.หล่มสัก รายงานความคืบหน้าทางด้านคดี   ขณะที่ทางญาติคนร้ายผู้ก่อเหตุ ได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก เพื่อพาตัว นายนพรุจ  สุขเสถียร ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว พร้อมทั้งของกลางคือสร้อยคอทองคำ ที่ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ไป พร้อมทั้ง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน ขนข 921 เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นรถคันที่ใช้ก่อเหตุ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.หล่มสัก เดินทางไปควบคุมตัวได้ในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลบ้านเนิน  อำเภอหล่มเก่า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว    จากการสอบถาม นางสาวสายฝน เกตุแก้ว อายุ 23 ปี พนักงานพาร์ทไทม์มิสเตอร์โดนัท เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุ ตนเองกำลังหันหลังล้างของอยู่ ตนมาเห็นตอน เขาเดินออกไป แล้วก็หันไปยิงปืน แล้วประตูก็เปิดพอดี ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีเหตุคนร้ายชิงทอง คิดว่าเขาทะเลาะกันเฉยๆ เพราะเห็นผู้ชายวิ่งออกมา น่าจะมีการยิงปืนเพราะพี่เขาบอก ตอนนั้นตกใจเหมือนกันกลัวเขาจะกลับเข้ามาก่อเหตุอีก ขณะที่ นายนพรุจ  สุขเสถียร ผู้ก่อเหตุ อ้างว่า ที่ทำไปเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพราะตนเองเป็นหนี้นอกระบบ เลยลงมือก่อเหตุ นายสมชาย สุขเสถียร อายุ 65 ปี พ่อผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า นิสัยของลูกชายปกติ เป็นคนร่าเริง ไม่ใช่คนดื้อ เสียใจที่ลูกมาทำแบบนี้ ส่วนเรื่องที่ลูกชาย ไปก่อเหตุ ตนเองไม่รู้มาก่อน ส่วนเรื่องหนี้สิน ตนเองก็ไม่รู้ เพราะลูกชายแยกไปมีครอบครัวแล้ว ส่วนตัวเองนั้นอยู่ที่ตำบลลานบ่า อำเภอหล่มสัก ส่วนคนที่เกลี้ยกล่อมให้มอบตัวน่าจะเป็นเมียเขา ตนเองนั้นโทรหาลูกชายเหมือนกัน แต่ลูกไม่ยอมรับโทรศัพท์ ส่วนตัวลูกชายเป็นคนดี รับผิดชอบในครอบครัว ปกติ ทำมะขามแช่อิ่มขายเป็นอาชีพ โดยทำกับภรรยาของเขา ตนเองมาทราบเหตุตอนทุ่มกว่าๆ ขณะที่นายมนัญชัย  ปีสุข อายุ 49 ปี กำนันตำบลบ้านเนิน เล่าว่า ญาติผู้ต้องหาติดต่อกับตนเองมา โดยบอกว่าผู้ต้องหาจะมามอบตัวกับตนเอง โดยผู้ก่อเหตุไปรอที่โคกหนอนาโมเดล หมู่ 2 ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า โดยผู้ต้องหานั่งหลบอยู่ เมื่อเห็นตนเอง ผู้ก่อเหตุก็ตะโกนบอกว่าอยู่ตรงนี้ พร้อมทั้งสารภาพยอมรับผิด เพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตนก็เก็บของกลาง ซึ่งมีปืนด้วย ตนก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไรผิดพลาดไปแล้วก็เริ่มใหม่ สังคมย่อมให้อภัยได้ ประวัติผู้ก่อเหตุเป็นคนดีมาก ทำมาหากิน ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุ น่าจะโดยเรื่องเงินกู้รายวัน เพราะเขามีหนี้เยอะ บางครั้งก็โดนภาษีย้อนหลัง เพราะเขาค้อมะขาม  ด้านนางเอ(ขอสงวนชื่อนามสกุล) อายุ 36 ปี ภรรยาผู้ก่อเหตุ  เล่าว่า สาเหตุที่ชิงทอง คาดว่าน่าจะเป็นภาระอะไรหลายๆอย่าง ที่ผ่านมา พอทราบมาตลอด แต่ไม่คิดว่าจะตัดสินใจทำแบบนี้ เพราะไม่เคยมีประวัติแบบนี้มาก่อน คิดว่าเครียดเฉยๆ ไม่คิดจะทำ หลังก่อเหตุ เขาก็ไม่กลับมาบอก ไม่ได้มาหาที่บ้าน แต่เห็นจากโซเชียลแชร์กัน ตอนแรกก็ยังไม่คิดว่าใช่ หลังจากนั้นก็มีตำรวจมาหาที่บ้าน และเอาภาพให้ดูชัดๆ หลังก่อเหตุ ก็ยังไม่ทราบว่าหนีไปไหน ตอนตำรวจมาหาก็ตกใจมาก ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีแก๊งค์เงินกู้มาตามทวงบ่อย สาเหตุที่กู้ เพื่อนำเงินมาลงทุน การค้าขาย เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้เครียดเรื่องนี้ เลยตัดสินใจก่อเหตุ.