นายกรัฐมนตรี ติดตามผลการดำเนินงานจ.ฉะเชิงเทรา รองรับแผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)
นายกฯ ติดตามผลการดำเนินงาน จ.ฉะเชิงเทรา ระบุโครงสร้างพื้นฐานถูกพัฒนาดีขึ้นเพราะรัฐบาลและความร่วมมือของประชาชน ย้ำเป็นนายกฯ ของประชาชน ทำเพื่อทุกคน-เพื่อประเทศชาติ ขอทุกคนนำความรัก สามัคคีปรองดองของคนในชาติกลับสู่สังคมไทยร่วมกันสร้างความเข้มแข็งที่ยั่งยืน
วันนี้ 20 มีนาคม 2562 เวลา 15.00 น. ณ วัดโสธรวรามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สักการะหลวงพ่อพระพุทธโสธร พร้อมกราบนมัสการพระธรรมมังคลาจารย์ (วิ.) เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะเดียวกันใด้มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งทราบชื่อ นางสาวณัฐชา ทองวงศ์อายุ17ปีตัวแทนกลุ่มรักแม่พระธรณีตำบลหนองตีนนก อำเภอ.บ้านโพธิ์.จังหวัดฉะเชิงเทราเข้ายื่นจดหมายให้นายกทบทวนโครงการICDหรือโครงการEECบนพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนของชาวตำบลหนองตีนนกด้วยจากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานจังหวัดฉะเชิงเทรา รองรับแผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่องใน 3 จังหวัดได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการลงทุนและการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจและการอำนวยความสะดวกต่างๆในพื้นที่ให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพโดยมีเป้าหมายการพัฒนา 4 กลุ่ม 15 โครงการ และ 5 โครงการหลัก
เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง นักเรียนอนุบาลโรงเรียนวัดดอนทองได้แต่งชุดไทยมาให้การต้อนรับ บอกให้นายกรัฐมนตรีสู้ ๆ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สู้เพื่อพวกเราสู้เพื่ออนาคตคนรุ่นใหม่พร้อมกับบอกให้เด็กนักเรียนรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยเฉพาะสุขภาพฟัน จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินพบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีทำสัญลักษณ์มือบอกรักประชาชน และร้องเพลงคนดีไม่มีวันตายมอบให้กับทุกคนพร้อมกล่าวว่าทุกคนเป็นคนดีและคนดีไม่มีวันตายโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานได้ถูกพัฒนาให้ดีกว่าเดิม เพราะการดำเนินการของรัฐบาลและด้วยความร่วมมือของประชาชนทุกคนซึ่งหากไม่มีความร่วมมือเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นรัฐบาลก็ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นนายกฯ ของประชาชน เป็นนายกฯ ของประเทศ ต้องทำเพื่อประชาชนทุกคและทำเพื่อประเทศชาติเป็นหลัก
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า พรุ่งนี้ (21 มีนาคม) วันคล้ายวันเกิดของตนเอง ขออวยพรให้ประเทศที่จะเกิดขึ้นใหม่ด้วยการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ มีความเจริญก้าวหน้า พร้อมกับร้องเพลง Happy birthday ร่วมกับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเกิดใหม่เป็นประเทศที่เข้มแข็ง ดีกว่าเดิม ไม่ถอยหลังกลับไปสู่ความขัดแย้ง และจะต้องไม่ทะเลาะกันอีก อย่าให้ใครมาล้มสถาบันของประเทศ พร้อมกล่าวยืนยันว่า ตนพร้อมจะยอมตายเพื่อไม่ให้ใครมาล้มล้างสถาบันของประเทศได้
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่มาของ “แปดริ้ว” คือเป็นคำที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ลุ่มแม่น้ำบางปะกง ดูจากปลาพื้นถิ่น เช่น ปลาช่อนจะมีขนาดใหญ่โต หากนำมาแล่ตามแนวยาวของตัวปลาไม่ใช่การบั้งแบบที่เห็นเวลานำไปทอดเพื่อนำไปผึ่งหรือตากจะผ่าออกมาได้มากถึง 8ริ้วขอให้ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์นี้ไว้ให้ลูกหลาน ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกับขอให้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพราะนั่นคือ “คุณค่าของคน”ในแต่ละยุคสมัยต้องเชื่อมโยงกันต้องลดช่องว่างระหว่างวัยแล้วอยู่ร่วมกันได้ เราจะต้องนำความรัก ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติที่ห่างหายไป ให้กลับคืนมาสู่สังคมไทยอีกครั้ง หยุดความขัดแย้ง เราต้องร่วมกันสร้างความเข้มแข็งที่ยั่งยืนแล้วก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ผลักภาระให้ใคร แต่เป็นหน้าที่ “พลเมืองที่ดี” ของเราทุกคนพร้อมกล่าวว่าให้เอาหัวใจตนไป และเอาหัวใจของทุกคนคืนมา ซึ่งเป็นหัวใจแห่งความรัก และความจงรักภักดี จากนั้น นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
ชวลิต ด้วงเงิน/ฉะเชิงเทรา