คนร้ายฆ่าสาวสตูล ครอบครัวเชื่อคนใกล้ตัว หลังพบมีการไขกุญแจเข้าภายในบ้าน

ภูมิภาค7 ก.พ. 2566 • 10:01 น.โดย จันทนา กูรีกัน
คนร้ายฆ่าสาวสตูล  ครอบครัวเชื่อคนใกล้ตัว หลังพบมีการไขกุญแจเข้าภายในบ้าน

วันที่ 7 ก.พ.66 พ.ต.อ.นิพล เหมสลาหมาด รอง ผบก.ภ.จว.สตูล, พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญา รอง ผบก.ภ.จว.สตูล ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ และซักถามพยานใกล้เคียง ในคดีฆาตกรรมสาววัย 32 ปี เกิดขึ้นที่บ้านควนโพธิ์  หมู่ที่ 7 ตำบลควนโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  คือนางพิมพา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ได้เสียชีวิตภายในห้องนอนของตนเอง หลังแม่และพ่อของผู้ตายกลับจากกรีดยางพารา  (ประมาณ 07.00 น.ของวันนี้) เห็นหลานชายวัย 6 ขวบนั่งอยู่ ได้ถามว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน โดยหลานบอกว่าแม่ยังไม่ตื่น จึงเหลือบไปเห็นสภาพศพบุตรสาวถูกเปลือยท่อนล่าง และร่องรอยบาดแผลที่บริเวณลำคอเขียวช้ำ คล้ายรอยเชือกรัด ข้างร่างผู้ตายพบสร้อยคอทองคำขาดตกอยู่ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้เชื่อว่าเป็นการลงมือระยะประชิดตัว 

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมสืบสวนสอบสวนเร่งแกะรอยคนร้าย หลังพบว่ามีการไขกุญแจรั้ว และกุญแจหลังบ้านเข้าไปก่อเหตุ  พร้อมกันนี้ยังพบไขควงตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และพบร่องรอยของการงัดประตูหลังบ้าน

เพื่อนบ้าน บอกว่า ผู้ตายเป็นเด็กขยันทำมาหากิน ไม่เคยเห็นว่ามีหนุ่มๆ มาติดพัน หลังจากที่หย่าร้างกับสามีหลายปีแล้วและเลี้ยงลูกชายอยู่กับพ่อและแม่ที่บ้านหลังนี้มาโดยตลอด 

ด้านนางบีบี (ขอสงวนนามสกุล) นายจ้างผู้ตาย บอกว่า ทันทีที่ทราบว่าพนักงานเสียชีวิตยอมรับว่าตกใจมาก เพราะน้องเป็นเด็กขยันขันแข็ง  ทำงานกับบริษัทมานาน 7 ปี ทำหน้าที่เป็นเสมียนดูแลบัญชี งานก่อสร้างของบริษัท ทุกปีทางบริษัทจะนำพนักงานไปเที่ยวปีละหนึ่งครั้ง  น้องก็เป็นคนร่าเริง และหน้าตาดี และไม่เคยเล่าปัญหาในครอบครัวให้ฟังมาก่อน และไม่เคยเห็นว่ามีใครมายุ่งเกี่ยว โดยน้องจะมาทำงาน 8 โมงเช้าและกลับ 5 โมงเย็น

นายจำรัส ชิกวี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ตำบลควนโพธิ์ เล่าว่า ลูกบ้านรายนี้เป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่ตนเคยมาเป็นพยานกรณีลูกเขย กับพี่สาวผู้ตายทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อนจะเลิกราและแยกย้ายกันอยู่ โดยพี่สาวผู้ตายย้ายไปอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพี่เขยย้ายออกไปอยู่บ้านตะโล๊ะใส อำเภอละงู จังหวัดสตูล ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวพันกันหรือไม่

 

พ่อแม่ผู้ตาย เล่าว่า ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใครมาก่อน หรือมีศัตรูที่ไหน  ทุกเช้าพ่อกับแม่จะไปกรีดยางพาราในสวนตั้งแต่เที่ยงคืน กลับบ้านอีกครั้งประมาณ 7-8 โมงเช้าเป็นแบบนี้ทุกวัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองว่าคนร้ายน่าจะรู้นอกออกในบ้านเป็นอย่างดี เพราะมีการไขกุญแจหน้าบ้านเข้ามา และหลังบ้านก็มีการไขกุญแจ โดยกุญแจก็จะมีของพ่อถือไว้ 1 ดอก และพี่เขยอีก 1 ดอก โดยตั้งข้อสังเกตุว่าบ้านได้ล็อกอย่างแน่นหนาคนที่จะเข้าได้ต้องมีกุญแจ   และยังรู้จุดก่อนหลบหนียังได้สับคัตเอาท์ไฟฟ้าในบ้านดับลงได้อย่างถูกต้อง ซึ่งลูกเขยที่มีกุญแจบ้านก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรหรือทะเลาะเบาะแว้งกัน