เปิดพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ส่งดวงวิญญาณครูใหญ่ "หลวงพ่อคูณ" สู่สรวงสวรรค์

ภูมิภาค27 ม.ค. 2562 • 10:28 น.
เปิดพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ส่งดวงวิญญาณครูใหญ่ "หลวงพ่อคูณ" สู่สรวงสวรรค์
เปิดพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ส่งดวงวิญญาณครูใหญ่ "หลวงพ่อคูณ" สู่สรวงสวรรค์ ตามตำนานที่สืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณของชาวล้านช้าง ถือฤกษณ์ 22.15 น. วันที่ 29 ม.ค.นี้ เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 27 ม.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันในวันนี้ยังคงมีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ทีให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ยังคงทยอยกันมาชมนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ภายในฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น สถานที่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ใช้เป็นสถานที่สำหรับการถวายเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 ม.ค. โดยในส่วนของพิธีกรรมการถวายเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้น ได้กำหนดประกอบพิธีขึ้นในเวลา 22.15 น. ของวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งกำหนดจัดขึ้นตามพินัยกรรมของครูใหญ่หลวงพ่อคูณก่อนที่จะละสังขาร รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. กล่าวว่า นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นเมรุลอยที่ มข.จัดทำขึ้นนั้นได้สร้างขึ้นภายใต้งานวิจัยของคณะทำงานที่ได้ทำการศึกษา ใน 3 ส่วน หลัก ประกอบด้วย การศึกษาข้อมูล, การออกแบบ และการก่อสร้าง โดยในด้านของการศึกษาข้อมูลนั้น มข. ได้ทำการสำรวจวรรณคดีโบราณ โดยเฉพาะในภาคตะวันอกเฉียงเหนือ ที่มีการจัดพิธีฌาปนกิจศพพระเถระชั้นผู้ใหญ่ให้เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณีที่เหมาะสมดีงาม ในด้านของการออกแบบ มข.ได้ ถอดอัตลักษณ์ของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จากความเรียบง่าย สู่งานศิลปะสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง และสุดท้ายคือด้านการก่อสร้าง โดยช่างสิบหมู่ ทีมช่างศิลป์จิตอาสาและทีมช่างศิษยานุศิษย์ ที่ได้มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไทยโบราณ ที่รวมกันทั้งงานเขียน งานแกะสลัก งานปั้น งานปูน งานลงรัก งานหุ่น งานบุกลึง และงานหล่อ โดยมีศูนย์กลางการก่อสร้างที่บริเวณบึงสีฐาน มข. ขณะที่โครงสร้างตัวนกเป็นไม้เนื้อแข็ง สูง 22.6 เมตร มีการนำไม้ไผ่มาทำโครงด้านนอก และใช้กระดาษสีขาวมาพับคล้ายการทำ เปเปอร์มาเช่ หรือประติมากรรมกระดาษ ซึ่งทั้งหมดจะถูกเผาพร้อมกับร่างหลวงพ่อในวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ ประดิษฐานบนฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ประกอบด้วยนาคที่มีความยาว 5 เมตร 12 ตน และรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน "ตามตํานาน “นกหัสดีลิงค์” จะมีส่วนหัวเป็นช้าง ตัวเป็นนกขนาดใหญ่ มีกำลังมหาศาล มาจากตำนานโบราณของนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร เมื่อพระมหากษัตริย์แห่งนครนั้นถึงแก่สวรรคต ต้องอัญเชิญพระศพออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง มีนกหัสดีลิงค์ซึ่งกิน เนื้อสัตว์เป็นอาหารบินมาจากป่าหิมพานต์ จึงบินโฉบลงมาเอาพระศพไป เมื่อพระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดี เข้าต่อสู้เพื่อเอาพระศพคืนมา นางสีดาจึงเข้ารับอาสาต่อสู้นกหัสดีลิงค์ โดยใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความตาย ตกลงมาพร้อมพระศพ พระมหาเทวีจึงโปรดสั่งให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน หลังจากนั้นมาจึงได้ถือเอาประเพณีทำนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุของชั้นเจ้านาย ตามความเชื่อที่ว่า นกหัสดีลิงค์ สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้" รศ.ดร.นิยม กล่าวต่ออีกว่า นกหัสดีลิงค์ฯที่จัดสร้างเพื่อรองรับบุษบกบรรจุสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณจะแตกต่างจากงานทั่ว ๆ ไป เพราะทำด้วยกระดาษ โทนสีขาว สื่อถึงความเรียบง่าย สมเกียรติ และยังสื่อถึงความบริสุทธิ์ เพื่อส่งควง วิญญาณหลวงพ่อคูณสู่สรวงสวรรค์ ยกเว้นส่วนบนยอดฉัตรนกหัสดีลิงค์จะเป็นสีทอง โดยมีกลไกให้นก สามารถเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ได้ ส่วนฐานบุษบกจะสร้างเป็นรูป 8 เหลี่ยม กว้าง 16 เมตร สูง 3 ชั้น เมื่อรวมความสูงถึงยอดจะสูง 22 เมตร 60 เซนติเมตร หรือเทียบเท่าตึก 5 ชั้น บริเวณราวบันได 4 ด้าน ในแต่ ละชั้นจะประดับตกแต่งด้วยงานปั้นพญานาคหนึ่งเศียร พร้อมประดับตกแต่งด้วยสัตว์หิมพานต์สีขาวทั้ง 4 ทิศ เพื่อให้บรรยากาศเหมือนอยู่บนเขาพระสุเมรุ "สำหรับ นางสีดา ผู้ฆ่านกหัสดีลิงค์ตามตำนานดังกล่าว ไม่ใช่พระมเหสีของพระราม ในรามเกียรติ แต่เป็นนางสีดา ตามตำนานที่เชื่อว่ามีอยู่จริง เพราะจากการสืบทราบจากงานวิจัยนั้น พบว่านางสีดา ถูกสร้างขึ้น สอดคล้องตามตำนาน เป็นนางสีดาสืบเชื้อสายจากเมืองอุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวอีสาน ในงาน พิธีของหลวงพ่อคูณ จะใช้นางสีดา ซึ่งสืบสายเชื่อจากเมืองอุบลราชธานี ซึ่งจากการวิจัยที่มีหลักฐาน พบว่า การฆ่านกหัสดีลิงค์เป็น แม่สุกัน ปราบวัย และ แม่มณีจันทร์ ผ่องศรี อายุกว่า 90 ปี นั้นได้เสียชีวิตแล้ว จึงถือ เป็นผู้สืบเชื้อสายนางสีดาที่ฆ่ายกหัสดีลิงค์มากที่สุด" รศ.ดร.นิยม กล่าวในตอนท้ายว่า เมื่อแม่มณีจันทร์ เสียชีวิต ก็มีแม่สมวาสนา ซึ่งเป็นลูกสาว ได้สืบเชื้อสาย ต่อเนื่องมา ซึ่งถ้านับถึงยุคปัจจุบัน คือมีการสืบเชื้อสายมาทั้งหมด 6 คน โดยคนล่าสุดและยังคงมีชีวิตอยู่ คือนางเมทินี หวานอารมณ์ หรือเมย์ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 3 ซึ่งเป็นเหลนของ แม่มณีจันทร์ คนที่ 6 และ นางเมทินี ก็เคยผ่านการฆ่านกหัสดีลิงค์มาแล้วเช่นกัน โดยในวันที่ 29 ม.ค.นี้คุณเมทินี จะยกทัพนางสีดา มาฆ่านกหัสดีลิงค์ฯ เพื่อส่งครูใหญ่หลวงพ่อคูณสู่สรวงสวรรค์