8 สถาบันการศึกษาภาคตะวันออก ร่วมลงนาม เดินหน้าผลิตบุคลากรป้อนโครงการ EEC

ภูมิภาค30 ก.ย. 2562 • 08:26 น.
 8 สถาบันการศึกษาภาคตะวันออก ร่วมลงนาม เดินหน้าผลิตบุคลากรป้อนโครงการ EEC
วันนี้ ( 30 ก.ย.) ที่ห้องประชุม วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในพื้นที่ภาคตะวันออก คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC-HDC) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออก EEC และมหาวิทยาลัยบูรพา จัดตั้งศูนย์เครือข่ายด้านการศึกษาไมซ์ และโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยมีจุดประสงค์สำคัญที่การเร่งสร้างบุคลากร รองรับการขยายตัวธุรกิจไมซ์ในพื้นที่ EECและสร้างเสริมขีดความสามารถของบุคลากรไมซ์ภาคการศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในภูมิภาคทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพมาตรฐาน นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เผยว่า จากการลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายด้านการศึกษาไมซ์ในภาคตะวันออก และโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทีเส็บให้ความสำคัญในการขยายการขับเคลื่อนและพัฒนาธุรกิจไมซ์ (MICE) ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ หลังพบว่าธุรกิจไมซ์ สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยในแต่ละปีได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท “ ทีเส็บ จึงเร่งพัฒนาศักยภาพและยกระดับมาตรฐานธุรกิจไมซ์ไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปั้นบัณฑิตไมซ์ สร้างคนไมซ์รุ่นใหม่สู่ธุรกิจตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยสู่มืออาชีพและระดับสากล รองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจและความต้องการของผู้ประกอบการไมซ์ในพื้นที่ รวมถึงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาทั่วประเทศนำหลักสูตรไมซ์บรรจุในการเรียนการสอนแล้ว 121 แห่ง และเปิดสาขาวิชาไมซ์แล้วกว่า 22 สถาบันทั่วประเทศ รวมทั้งยังสามารถผลิตนักศึกษาไมซ์จากสถาบันการศึกษาทั้งในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาทั่วประเทศแล้วเฉลี่ยปีละกว่า 20,000 คน” ทั้งนี้สถาบันการศึกษาทั้ง 8 แห่งที่ร่วมลงนามความร่วมมือดังกล่าว ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศรีราชา วิทยาเขตศรีราชา, มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี, วิทยาลัยดุสิตธานี ศูนย์การศึกษาเมืองพัทยา, วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา และวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ขณะที่ ดร.วัชรินทร์ กาสลัก ผู้รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา เผยถึงการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรไมซ์ทางด้านการศึกษาของมหาวิทยาลัยฯ ว่าปัจจุบันมหาวิทยาลัยบูรพา ได้แสวงหาความร่วมมือในทุกด้าน รวมทั้งการจับมือร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ฯ ในการผลิตบุคลากรด้านการแพทย์ รวมถึงการใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อเดินหน้าผลิตนิสิตแพทย์รองรับการเป็นศูนย์กลางการจัดการด้านสาธารณสุขในภาคตะวันออก ไม่เพียงเท่านั้นมหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับการยอมรับให้เป็น 1 ในมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์กลางการประสานงานในการพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมใหม่ในโครงการ EEC และมหาวิทยาลัยบูรพา ก็ยังมีคณะที่เปิดการเรียนการสอนเกี่ยวกับการท่องเที่ยว จึงเชื่อว่าจะสามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพป้อนเข้าสู่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวในระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน ด้าน ดร.อภิชาติ ทองอยู่ ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก บอกว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าความต้องการบุคลากรเพื่อรองรับการเกิดใหม่ของ 10 อุตสาหกรรมสำคัญในโครงการ EEC จะมีมากเกือบ 5 แสนคน ดังนั้นคณะกรรมการฯ จึงต้องเร่งประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เดินหน้าผลิตบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในอนาคต บางแสน จะถูกวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ และมีเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวและการเป็นจุดศูนย์กลางในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ จึงต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาพยาบาล และทำให้โรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่มีศักยภาพในการเป็นโรงพยาบาลต้นแบบของ EEC ที่จะต้องแบกรับภาระด้านการดูแลผู้ป่วย และการเพิ่มขีดความสามารถทางการแพทย์ควบคู่ไปด้วย