ตร.ภ.4 เปิดตัว 3,361 ทีมผู้พิทักษ์ ตรวจติดตามผู้ป่วยจิตเวช เฝ้าระวังภัย 24 ชม.
นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญ ซึ่งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้ดำเนินการขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในชื่อโครงการ "นาคาพิทักษ์รักษ์ประชา ตำรวจภูธรภาค 4" โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่สถานีตำรวจภูธรในสังกัด 252 สถานี จะต้องเก็บข้อมูลสภาพจำนวนผู้ป่วยจิตเวช เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุที่อาจจะกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน ทั้งยังคงนำข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชดังกล่าวไปใช้ในการวางแผนแก่ไขปัญหาผู้ที่มีอาการจิตในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จนวันนี้มีการจัดตั้งทีมผู้พิทักษ์ในพื้นที่ ตร.ภ.4 แล้วรวม 3,361 ทีม
พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า โครงการนาคาพิทักษ์รักษ์ประชาตำรวจภูธรภาค4 เป็นการบูรณาการที่เน้นแนวทางการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากผู้ป่วยจิตเวชที่อาจกระทบความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและวิธีการป้องกันเหตุ จนนำมาสู่แนวทางและทักษะในการปฏิบัติของฝ่ายต่างๆ ซึ่งทันทีที่ผู้ป่วยจิตเวชมีการก้าวร้าว รุนแรง และก่อเหตุที่อาจจะกระทบความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชน เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานจะสามารถที่จะติดตามและประเม นผล รวมทั้งรู้ถึงตัวบุคคลในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้อย่างทันที
"ตำรวจภูธรภาค4 ได้กำหนดให้หน่วยงานในความรับผิดชอบในพื้นที่ 12 จังหวัด ซึ่งมีสถานีตำรวจทั้งหมด 252 สถานี ดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมี.ค.2564 เป็นต้นมา โดยมอบหมายสั่งการให้สถานีตำรวจทุกแห่งในสังกัดดำเนินการสำรวจผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่และรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดเสนอต่อผู้บังคับตำรวจภูธรจังหวัดนำไปขับเคลื่อนโครงการโดยการนำไปหารือและเรียนเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อให้ออกคำสั่งรองรับการปฏิบัติและการทำงานของฝ่ายต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม จากนั้นเริ่มเข้าสู่ขบวนการปฏิบัติประกอบด้วย กระบวนการที่ 1 คือการค้นหาผู้ป่วยโดยชุดปฏิบัติการบูรณาการโดยการเอ็กซเรย์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสถานภาพผู้ป่วยในหมู่บ้านที่แท้จริง กระบวนการที่ 2 คือการคัดแยกผู้ป่วยดำเนินการคัดแยกผู้ป่วยจากการสำรวจแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีประวัติการรักษา และกลุ่มที่ไม่มีประวัติการรักษา กระบวนการที่ 3 คือการคัดกรอง ดำเนินการคัดกรองผู้ป่วยที่มีประวัติการรักษาโดยคณะกรรมการคัดกรองเพื่อจำแนกผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่มสี กลุ่มสีแดงคือกลุ่มเฝ้าระวังสูงสุด กลุ่มสีเหลืองคือกลุ่มเฝ้าระวังสูง และกลุ่มสีเขียวคือกลุ่มเฝ้าระวัง กระบวนการที่ 4 คือการคุ้มครองเป็นกระบวนการสำคัญของโครงการ ซึ่งได้มีการตั้งทีมปฏิบัติการ 2 ทีมเพื่อปฏิบัติภารกิจของโครงการ แยกเป็นทีมเผชิญเหตุหรือทีมยุทธวิธีไม้ง่าม ซึ่ง ตร.ภ.4 ได้ฝึกยุทธวิธีให้ทุกตำบลมีทีมเผชิญเหตุโดยผ่านการใช้ไม้ง่ามเพื่อระงับเหตุทำหน้าที่ระงับเหตุผู้ป่วยทางจิต มีอาการคุ้มคลั่ง โดย ได้ให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยในการระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ และได้จัดให้มีการ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและการฝึกอบรมยุทธวิธี การฝึกใช้อาวุธปืนไฟฟ้า (Taser Gun) และการฝึกใช้ไม้ง่าม"
พล.ต.ท.ยรรยง กล่าวต่ออีกว่า สำหรับทีมผู้พิทักษ์เป็นทีมตำรวจที่มีจิตอาสาทำหน้าที่ออกสำรวจเยี่ยมติดตามอาการ สอดส่องพฤติกรรมเพื่อเป็นการป้องปรามผู้ป่วยมีอาการกำเริบเข้าไปยุ่งเกี่ยวข้องกับสารเสพติดหรือวัตถุมึนเมา ซึ่งจากการจัดตั้งทีมทั้ง 12 จังหวัด ทำให้ขณะนี้เรามี ทีมเผชิญเหตุ 2,549 ทีม ทีมผู้พิทักษ์ 3,361 ทีม ทั้งยังคงมีฐานข้อมูลผู้ป่วยจิตเวช ที่แยกเป็นกลุ่มสีแดงจะถูกนำเข้าสู่ขั้นตอนทางกฏหมายยาเสพติดหรือกฏหมายสุขภาพจิต กลุ่มสีเหลืองและเขียว จะเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาด้วยชุมชน โดยกลุ่มสีเหลืองและสีเขีย ทีมผู้พิทักษ์จะไปสอดส่องดูแลติดตามผู้ป่วยให้กินยาอย่างสม่ำเสมอและป้องปรามไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกเพราะหากไม่กำกับดูแลผู้ป่วยอาจจะกำเริบและก่อเหตุรุนแรงขึ้นได้
"ทีมผู้พิทักษ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม คือที่ สภ.หัวโทน จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งในพื้นที่มีผู้ป่วยจิตเวช 35 ราย ปัจจุบันมีการรับแจ้งสถานภาพผู้ป่วยผ่านกลุ่มไลน์ เชิญผู้ปกครอง ญาติพี่น้อง ของผู้ป่วยเป็นสมาชิกกลุ่มไลน์ผู้พิทักษ์ของสถานีตำรวจทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วต่อการเข้าไปสอดส่องดูแลและระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที และสุดท้ายคือกระบวนการที่ 5 ที่เราเรียกว่าการคืนคนดีสู่สังคม ด้วยการฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวและเหลือโดยการเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่จัดกิจกรรมฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วย ส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตในสังคม ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่เป็นพิษภัยต่อสังคม"
ผบช.ภ.4 กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ ภ.จว.ขอนแก่น เป็นหน่วยงานนำร่องในการฝึกอบรมบำบัดฟื้นฟูจิตใจให้แก่ผู้ป่วยจิตเวชตามรูปแบบการรักษาของโรงพยาบาลจิตเวช รองลงมาคือที่ ภ.จว.หนองคาย และ ภ.จว.อุดรธานี ที่มีการนำรูปแบบมาประยุกต์ใช้การรักษาผู้ป่วยรวมทั้งการติดตามอาการหลังบำบัด ทำให้ขณะนี้มียอดรวมผู้เข้ารับการบำบัดทั้งรักษาทั้งสิ้นแล้วจำนวน 100 ราย นอกเหนือจากการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชทั่วไปแล้ว ตร.ภ.4 ยัง ได้ดำเนินโครงการ police family รักษาข้าราชการตำรวจที่มีปัญหาสุขภาพจากการดื่มสุราหรือพฤติกรรมเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพฟื้นฟูสุขภาพจิตใจเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจ อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการนาคาพิทักษ์รักษ์ประชา ยังมีปัญหาที่ไม่สามารถไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะสถานที่รักษาผู้ป่วยจิตเวชไม่เพียงพอ รวมถึงการขาดบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางในการรักษาผู้ป่วยจิตเวช ส่งผลไม่สามารถนำกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเฝ้าระวังสูงสุดออกจากชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามวัตถุประสงค์ของโครงการได้ ทั้งนี้ ตร.ภ.4 จะดำเนินการโครงการนาครพิทักษ์รักษ์ประชาอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ของชาติและรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อมุ่งเน้นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมความรุนแรงที่เกิดจากผู้ป่วยจิตเวช สร้างความเชื่อมั่นความอุ่นใจให้แก่ประชาชนและยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป