อ่างทองรวบโจ๋'แก๊งฮานามิ'หลังก่อเหตุปาหินใส่รถบนถนนสายเอเชีย
อ่างทองรวบโจ๋แก๊งฮานามิหลังก่อเหตุปาหินใส่รถบนถนนสายเอเชีย สารภาพทำไปเพราะความคึกคะนอง ขณะที่ผู้เสียหายถึงกับอึ้งแต่ยอมให้อภัย
หลังในพื้นที่จังหวัดอ่างทองเกิดเหตุคนร้ายใช้หินปาใส่รถยนต์ที่สัญจรไปมาบนถนนสายเอเชีย ช่วง กม.ที่ 57 ต.ชัยฤทธิ์และ กม.ที่ 62 ต.หลักฟ้า อ.ไชโย จ.อ่างทอง เมื่อคืนวันที่ 24 กรกฏาคม และคืนวันที่ 26 กรกฏาคม 2563 ที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้รถยนต์และรถบรรทุกของผุ้ที่ใช้รถใช้ถนนเสียหายไปหลายคัน โดยเหตุการณ์ล่าสุดรถบรรทุก 4 คันรวดถูกปาหินจนกระจกด้านข้างแตก ส่วนอีก 3 คันมีรอยถูกกระแทกที่กระจกหน้ารถ ซึ่งหลังเกิดเหตุทาง พล.ต.ต.สังวาลย์ ฤกษ์ศรีลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทองได้นำกำลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทองร่วมกับชุดสืบสวน ภาค 1 และชุดสืบสวน สภ.ไชโย ลงพื้นที่ติดตามคนร้ายจนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาสามารถติดตามจับกุมเยาวชนอายุ 13-14 ปี จำนวน 4 คนซึ่งตั้งแก๊งชื่อว่า แก๊งฮานามิ นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ไชโย โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุปาหินใส่รถที่วิ่งในถนนสายเอเชียจริง
วันนี้เวลา 13.30 น. พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พันตำรวจเอก เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง , พันตำรวจโทธนทัศน์ ทองจันทร์ รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไชโย และ เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นวัยรุ่นด.ช.บอล (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ด.ช.มุก (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ด.ช.แน็ค (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ด.ช.โบ๊ท(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ มาจาก ความฮึกเหิม คึกคะนอง โดยกลุ่มวัยรุ่นได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ปาหิน ดิน ใส่รถดังกล่าวจริง
หนึ่งในเยาวชนแก๊ง ฮานามิ เปิดเผยว่าครั้งแรกที่ก่อเหตุปาหินมาด้วยกันทั้งหมด 4 คนหลังจากกลับจากการไปเที่ยวงานวัดในพื้นที่ ต.ชัยฤทธิ์และเกิดความคึกคะนอง จึงมารวมตัวกันที่บริเวณสายเอเชียก่อนที่จะใช้ดินลุกรังที่อยู่เกาะกลางถนนปาใส่รถที่สัญจรไปมา ก่อนที่จะหลบหนีเข้าบ้าน และมาก่อเหตุอีกครั้งที่บริเวณศาลาริมทาง กม.ที่ 62 ต.หลักฟ้า อ.ไชโย จ.อ่างทอง โดยครั้งนี้มาด้วยกัน 3 คนโดยใช้หนังสติ๊กยิงใส่รถที่ผ่านไปมาก่อนที่จะถูกวิ่งไล่จึงวิ่งหลบหนี ซึ่งที่ทำไปเพราะคึกคะนองชวนกันไปมาแต่พอเกิดเหตุและเป็นข่าวก็เลยไม่กล้าที่จะออกมาอีกจนกระทั่งตำรวจเข้าไปจับกุม