โร่แจ้งความดำเนินคดีพระสังฆาธิการอย่างน้อย 4 รูป เผยแพร่ข้อความเข้าข่ายผิดพรบ.คอมฯ

ภูมิภาค26 ม.ค. 2562 • 04:40 น.
โร่แจ้งความดำเนินคดีพระสังฆาธิการอย่างน้อย 4 รูป เผยแพร่ข้อความเข้าข่ายผิดพรบ.คอมฯ
ผอ.สำนักพุทธนครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพระสังฆาธิการอย่างน้อย 4 รูป หลังพบมีการเผยแพร่ข้อความเข้าข่ายผิด พรบ.คอมพิวเตอร์และหมิ่นประมาท ขณะเดียวกันประสานรองแม่ทัพน้อยที่ 4 ติดตามพฤติการณ์พระสงฆ์เข้าข่ายสร้างอิทธิพล เหตุการณ์สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกำลังดำเนินการรวบรวมข้อมูลการทุจริตและความประพฤตินอกพระธรรมวินัยของพระสงฆ์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างต่อเนื่องในขณะนี้ จนทำให้พระสงฆ์หลายรูปไม่พอใจอย่างมากจนมีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ล่าสุด นายวาทิน กรดเต็ม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยทนายความ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ให้ดำเนินคดีกับพระสงฆ์ที่มีตำแหน่งในระดับพระสังฆาธิการในจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างน้อย 4 รูป โดยมีหลักฐานข้อมูลการสนทนาผ่านแอปพลิเคชั่นระหว่างพระสังฆาธิการกลุ่มนี้ รวมทั้งนำพยานเข้าพบพนักงานสอบสวน ในการแจ้งความฐานความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และ หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งหลักฐานที่สงสัยว่าพระสงฆ์อย่างน้อย 4 รูปกลุ่มนี้กำลังร่วมกันประสงค์ต่อชีวิตอีกด้วย นายวาทิน กรดเต็ม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่าหลักฐานการสนทนาระหว่างพระสังฆาธิการด้วยกันผ่านแอปปลิเคชันหนึ่ง ซึ่งทนายความได้พิจารณาแล้วเข้าข่ายกล่าวให้ร้ายหมิ่นประมาททำให้เกิดความเสียหาย และมีการสนทนาที่น่าเชื่อว่ากำลังเตรียมประสงค์ต่อชีวิต ทั้งยังมีการกระทำอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าเป็นผลสืบเนื่องจากการทำหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันมีการตรวจพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้นทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เข้ามาประสานงานและตรวจสอบข้อมูลทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจึงต้องส่งข้อมูลเหล่านั้นให้ไปตามอำนาจหน้าที่โดยชอบตามกฎหมาย เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการแล้วเช่นกัน นอกจากนั้นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้นำข้อมูลพฤติกรรมของพระสงฆ์ในชั้นพระสังฆาธิการจำนวนหนึ่งที่มีการตรวจสอบพฤติกรรมนอกพระธรรมวินัยเข้าประสานงานกับพลตรีอาคม พงศ์พรหม รองแม่ทัพน้อยที่ 4 เพื่อการติดตามตรวจสอบพฤติการณ์อีกด้วยเนื่องจากพบว่าบางรายอาจเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล ส่วนการตรวจสอบนั้นมีรายงานว่าล่าสุดพบเอกสารที่ส่อไปในทางทุจริตเรียกหัวคิวเงินอุดหนุนวัดของพระผู้ใหญ่รายหนึ่ง การทุจริตปลอมแปลงเอกสารการบวชของผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดี และการเบิกจ่ายเงินนิตยภัตร ซึ่งขณะนี้ได้มีการรายงานข้อมูลดังกล่าวไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้วด้วยเช่นกัน