ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ปม "ออมทอง แม่จ๋า" เสียหายร่วม 700 ล้านบาท
คืบหน้า ผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความกรณี ออมทอง แม่จ๋า มูลค่าความเสียหายร่วม 700 ล้านบาท
วันที่ 23 ธันวาคม 2565 จากกรณีที่ ร้านทอง “เฟื่อง โกลด์ ดัง”ออมทอง ขายทองออนไลน์ ซึ่งปลูกเป็นอาคารชั้นเดียวติดกัน 5 ห้อง ติดกันมีการก่อสร้างเป็นคาเฟ่ ภายในตกแต่งหรูหราลักษณะเหมือนร้านจำหน่ายทองคำ หรือเพชรพลอย แต่ประตูกระจกด้านหน้าปิดล็อกไม่มีผู้ใดอยู่เฝ้าร้านแต่อย่างใด ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านมโนมัย หมู่ 2 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี มีประชาชน หญิง-ชาย วัยหนุ่มสาว-กลางคน ราว 50-60 คน พากันมารวมตัว เพื่อที่จะมารับเงินคืนจาก นางสาว วรรศมน (แม่จ๋า) ทองเขียว แต่ผู้เสียหายทั้งหมดกลับไม่พบ “แม่จ๋า” จึงได้แยกย้ายกันเข้าแจ้งความที่ ตำรวจกองปราบปราม (กทม) และบางส่วนเข้าแจ้งความยัง สภ.เมืองสระบุรี ซึ่งพฤติกรรม ของแม่จ๋า มาจากเป็นการรู้จักกันเป็นการส่วนตัวกันมาก่อน แล้วบอกต่อๆกันแล้วมีการลงเพจ ให้มีการ “ออมทอง” ทอง 1 บาท โอนให้ 4 เดือน ๆละ 2,500 บาทเศษ ครบ 4 เดือนจะเป็นเงินประมาณ 23,000 บาท ใครโอนครบจะได้ ทอง 1 บาท พร้อมโบนัสทองอีก 1 กรัม แรกๆก็ทำได้ พอลูกข่ายนำเงินมาเยอะๆก็มีสาย เยอะขึ้นเรื่อยๆ แรกๆก็ได้ผลตอบแทนมาโดยตลอด พอนานไป นานไปเริ่มช้าติดขัดทำให้ทุกคนสงสัย เริ่มกลัวจึงมาแจ้งความ และวันนี้ เป็นวันนัด ที่เจ้าของร้านทองนัดจะเคลียร์ทั้งหมด แต่ปรากฏว่า เมื่อไปแล้ว “ปิดร้าน” ผู้เสียหายจึงพากันไปที่กองปราบ ปัจจุบันมีลูกค้าราว 1,500- 2,000 ราย มูลค่ามีผู้เสียหานประมาณ 500 - 700 ล้านบาทเลยทีเดียว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ไปยัง สภ.เมืองสระบุรี ซึ่งยังคงมีผู้เสียหายต่างทยอย เข้าแจ้งวามเพื่อดำเนินคดี กับเจ้าของร้านทอง “เฟื่อง โกลด์ ดัง” หรือ แม่จ๋า โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี คอยอำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำ ในการลงบันทึกประจำวันแบบ ออนไลด์ ทางด้านนางสาว นก (นามสมมติ) เผยว่า ตนเองเห็นเพจ ออมทอง ซึ่งมีโปรโมชั่น มากมาย ซึ่งตนก็เกิดความสนใจ จึงได้คิดออมทองกับเพจดังกล่าว โดยการออมทอง 1 บาทในราคา 23,000 บาท ก็จะขายได้ในราคา 30,000 บาท พร้อมยังได้ทองแถมมาอีก 1 กรัม ซึ่งในส่วนตัวตนเองเพิ่งจะเริ่มร่วมลงทุน ก็โดนเลย ตนเองลงไป 2 รอบจำนวนเงิน 50,000 บาท และก็ยังไม่เคยได้รับผลตอบแทนไดๆเลย ซึ่งมีคนบอกว่าเขาทำกันมานานแล้ว แต่พอถึงตนเองพอลงปุ๊บก็โดนเลย
ส่วนทางด้านนางลำแพน อุบลรัตน์ อายุ 55 ปีเล่าว่า ตนเองได้รู้จักตัวแทน และเห็นโฆษณาทางเฟสบุ๊ก ดูแล้วน่าเชื่อถือ ซึ่งตนเองมีอาชีพอะไร เป็นแม่บ้านก็เลยอยากจะร่วมออมด้วย ซึ่งออมครั้งแรก 1 บาทเป็นเงิน 23,000 บาทจากนั้นก็ได้คืนมา 29,500 บาท ซึ่งตนคิดว่ากำไลดี แล้วก็ร่วมลงรอบ 2 ซึ่งก็ลงเพิ่มอีกหน่อยก็ได้อีก แต่พอมาคราวนี้รอบ 3 ตนก็ลงให้เยอะขึ้นโดยลงไปเป็นเงิน 146,000 กว่าบาท โดยลงครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 8 -9 และวันที่ 12 ที่ผ่านมา พอวันที่ 13 ก็มีข่าวออกมาเลย จากนั้นก็ติดต่ออีกไม่ได้เลย ซึ่งตนเองก็รอฟังข่าวอยู่ โดยเขาบอกว่าให้รอฟังข่าวในวันที่ 22 แต่พอถึงวัน 22 ก้ไม่มีการติดต่อไดจงได้พากันมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ซึ่งตนเองก็อยากได้แค่ทุนคืนก็พอ ซึ่งตนเองก็มีคนป่วยที่จะต้องดูแล เงินที่เก็บไว้ดูแลคนป่วยก็ต้องเอามาลงทุน ซึ่งตนก็หวังผลกำไล
ทางด้าน พ.ต.อ. เชษฐชัย เชษฐศิริ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เผยว่าได้จัดให้มีการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายในกรณีเข้าข่าย “แชร์ลูกโซ่”ที่ได้มาแจ้งความร้องทุกข์แล้วจำนวนมาก โดยในชั้นตอนแรก จะทำไลน์กลุ่มให้ผู้ให้สำหรับผู้ที่มารับแจ้งความเพื่อประสานข้อมูลกันระหว่างทีมงานตำรวจกับผู้เสียหาย จากนั้นจะมีคิวอาร์โค๊ตให้ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จะนำผู้เสียหายไปพบพนักงานสอบสวน ซึ่งคดีใหญ่แบบนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการสอบสวนกลาง ซึ่งในวันนี้ก็จะให้ผู้เสียหายลงกลุ่มไลน์ไว้ และลงบันทึกประจำวัน และสอบปากคำเบื้องตนไปก่อน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานส่งไปยังกองบัญชาการสอบสวนกลาง ซึ่งผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ทุกที่ ทุกจังหวัดตาม สภ.ที่อยู่ใกล้บ้าน