จับแล้ว!! ตำรวจ สภ.ศรีเชียงใหม่ ร่วมสภ.ท่าบ่อ ตามรวบชายวัย 62 ปีเข้าไปอุ้มเด็ก 2 ขวบถึงในบ้านก่อนญาติจะตามตัวช่วยได้ทัน
ตำรวจ สภ.ศรีเชียงใหม่ ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ตามรวบชายวัย 62 ปี ที่เข้าไปอุ้มเด็ก 2 ขวบถึงในบ้านก่อนญาติจะตามตัวช่วยได้ทัน บอกเป็นคนเอ็นดูเด็กไม่ได้ประสงค์ร้าย ในขณะญาติและพ่อของเด็กขอให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด เจ้าหน้าที่แจ้งหลายข้อหา ทั้งบุกรุก พรากเด็ก และหน่วงเหนี่ยว
ความคืบเหตุการณ์หน้าคนร้ายชายสวมเสื้อแขนยาวลายสก๊อต สวมแว่นตาดำ ใส่หน้ากากอนามัย ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกอุ้มหนูน้อยวัย 2 ขวบขณะกำลังเล่นอยู่ภายในบ้าน ที่บ้านดงบัง ตำบลหนองปลาปาก อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ญาติพี่น้องไล่ตามจนทันได้เด็กกลับคืน ส่วนคนร้ายหลบหนีไปได้ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 12.16 น. ของเมื่อวานนี้ (5 พ.ย. 63)
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2563) พ่อแม่ พร้อมญาติพี่น้อง รวมไปถึงเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.คุณธรรม สุริยะเดช สารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีเชียงใหม่ แล้ว
ต่อมาเวลาประมาณ 10.50 น.วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2563) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ศรีเชียงใหม่ ก็ได้ควบคุมตัวนายบุญยงค์ พรพิรุณโรจน์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 258 หมู่ 5 ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย หลังจากออกสืบสวนติดตามจนทราบตัวและได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าบ่อ เข้าควบคุมตัวได้ที่บ้าน หลังสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาบุกรุกเคหะสถาน พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย พร้อมนำตัวไปฝากในเวลาประมาณ 13.50 น.ของวันนี้(6 พฤศจิกายน 2563)
นางวินัส พันธ์เลิศ อายุ 41 ปี น้าสาว บอกว่า วันนี้ตนและญาติ รวมไปถึงเพื่อนบ้าน มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ส่วนยายที่อยู่ในเหตุการณ์มาไม่ได้เนื่องจากมีอาการเวียนศีรษะ ซึ่งช่วงเกิดเหตุหลานของตนมีอาการตกใจ ไม่ยอมพูด ไม่ยิ้มเลย ถามอะไรก็ไม่พูด เหมือนไม่รู้จักกันเลย พอมาถึงบ้านให้พี่และญาติพี่น้อง ได้ปลอบจนเริ่มเป็นปกติแล้ว ดีใจตามตัวหลานกลับมาได้ ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ตนไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้ว่าจะตามตัวเจอไหม พอพบตัวหลานและได้ตัวหลานกลับคืน ตอนแรกว่าจะไม่แจ้งความ เพราะไม่อยากเป็นคดีความ แต่ชายคนที่อุ้มหลานไปไม่ยอมอยู่เพื่อพูดคุยกัน ขับขี่รถหลบหนีไปขณะที่รอญาติ ๆ ตามมาสมทบ ซึ่งตนก็อยากรู้เจตนาของการที่เข้ามาอุ้มหลานถึงในบ้าน ตนจะถ่ายทะเบียนรถไว้แต่รถไม่มีทะเบียน ประกอบกันตนเหตุว่าเป็นภัยสังคม เป็นอันตรายต่อคนอื่น จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ
ทางด้านนายกรุงไกร ใจเสงี่ยม อายุ 39 ปี พ่อของเด็กที่ถูกอุ้ม บอกว่า ลูกของตนเป็นคนพูดง่าย ติดคนง่าย ใครเรียกก็ไปด้วย ญาติพี่น้องมารับก็ไปด้วย แต่เมื่อเข้ามาล่อลวงลูกตน ตนก็ยอมไม่ได้ ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับบุตรหลานของคนอื่น ๆ ลูกของเล่นอยู่ในบ้านแท้ ๆ ยังเข้ามาเรียกเอาถึงในบ้าน และขอให้เป็นบทเรียนให้กับคนอื่น ๆ ให้มีความระมัดระวังบุตรหลานของตน แม้จะเล่นอยู่ในบ้านก็ตาม
ทางด้าน นายบุญยงค์ ผู้ต้องหา ยังพูดจากวกวน บอกว่า ตนเป็นคนเอ็นดูเด็ก ตนมาถึงบ้านที่เกิดเหตุพบว่าแม่เด็กอาบน้ำให้เด็กเรียบร้อยแล้ว จึงจะพาเด็กไปซื้อขนม เมื่อมาถึงบ้านอุ่มเย็น พบว่าเด็กง่วงนอนคิดว่าคงไปไม่ถึงตัวอำเภอท่าบ่อ จึงจะพากลับไปส่งบ้านกำลังจะเลี้ยวรถกลับ ญาติพี่น้องของเด็กก็มาถึง ตนไม่ได้คิดร้ายกับเด็ก รักเหมือนลูกเหมือนหลานของตน ผ่านไปครั้งใดก็จะซื้อขนมให้ ญาติเด็กมาถึงตนก็ส่งเด็กให้.