ตร.แถลงผลกวาดล้างเงินกู้นอกระบบช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ภูมิภาค28 ธ.ค. 2563 • 08:35 น.
ตร.แถลงผลกวาดล้างเงินกู้นอกระบบช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
วันที่ 28 ธ.ค.63 ที่ ศปน.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดร. ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมพล.ต.ท. สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รอง ผอ.ศปน.ตร. , พล.ต.ท. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ/ รอง ผอ.ศปน.ตร. , พล.ต.ท. สมชาย เกาสำราญ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร./เลขานุการ ศปน.ตร. ได้สั่งการให้ ระดมกวาดล้างหนี้นอกระบบพร้อมกันทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 18-24 ธันวาคม 2563 โดยมุ่งเน้นปราบปรามดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพล บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนผู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือมีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน การทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย หรือการกู้ยืมเงินที่มีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชนโดยในห้วงระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมา มีผลการดำเนินการในภาพรวมทั่วประเทศ นำหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 587เป้าหมายจับกุมผู้ต้องหาได้รวม297ราย ยึดเงินสด333,126บาท ตรวจยึดอาวุธปืน จำนวน2กระบอก บัญชีลูกหนี้3,280รายชื่อ สมุดบัญชี และบัตร ATM 47รายการตรวจยึดรถยนต์ และรถจักรยานยนต์118 คัน ตรวจยึดโฉนดที่ดิน 23ฉบับตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ109เครื่อง รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด 15,091,928บาท พล.ต.อ.ดร.ปิยะ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ จึงได้สั่งการ พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ นอกระบบให้แก่ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ประกอบกับผลการจับกุมหนี้นอกระบบรายสำคัญ ในการ“บุกทลาย App เงินกู้ทุนต่างชาติ ดอกเบี้ยร้อยละ 2,000 เข้าถึงข้อมูลมือถือ ไม่จ่าย ประจาน” โดย พล.ต.ต. ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมด้วย กก.5 บก.ปอศ. สืบทราบว่า Application เงินกู้นอกระบบ RICH MONEY ซึ่งมีการให้ผู้กู้ติดตั้ง Application ลงในโทรศัพท์มือถือ มีการเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อกู้ผ่านจะถูกหักค่าบริการออกจากเงินกู้ แต่ลูกหนี้ยังต้องชำระหนี้เต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระหนี้ตามกำหนดจะถูกทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ด่าทอ คุกคาม และส่ง SMS ประจานไปยังบุคคลที่สาม โดยเมื่อคิดดอกเบี้ยแล้ว คิดเป็นร้อยละ 39.35 ต่อ 7 วัน / หรือ ร้อยละ 5.66 ต่อวัน / หรือ ร้อยละ 2,067ต่อปี ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัทฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ RICH MONEY ในย่านพระราม 3 ได้ตรวจยึดของกลาง คอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยได้ทำการจับกุมผู้บริหารบริษัทซึ่งเป็นนายทุนต่างชาติ พร้อมด้วยพนักงานที่มีหน้าที่บริหารงานของบริษัท รวม 6 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ดำเนินการอายัดบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชั่น RICH MONEY จำนวน 4 ธนาคาร รวมทั้งสิ้น 15 บัญชี รวมเงินที่อายัดจำนวนทั้งสิ้นกว่า 6,000,000 บาท (หกล้านบาท) นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทดังกล่าว มีเงินทุนหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท มีบัญชีผู้กู้กว่าหมื่นราย โดยขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ จะสืบสวนเส้นทางการเงิน และสอบสวนพยานทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพนักงานบริษัทที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งนำของกลางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และของกลางอื่นๆ ไปทำการตรวจพิสูจน์ทางเทคโนโลยี ทั้งนี้หากพบการกระทำความผิดอื่น หรือมีผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม จะได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดในทุกฐานความผิด โค่นนายทุนเงินกู้รายใหญ่ภาคอีสาน ตรวจยึดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จำนวนมาก พล.ต.ท. ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต. พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 ทำการสืบสวนทราบว่า มีนายทุนเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ จำนวนหลายรายในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น จว.ขอนแก่น มีพฤติการณ์ประกอบธุรกิจรับจำนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งข่มขู่ทวงหนี้โดยผิดกฎหมาย ต่อมาเมื่อวันที่ 24ธันวาคม 2563 เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.4 จึงนำหมายค้น จำนวน 3 หมาย เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 แห่ง ในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น ผลการตรวจค้น สามารถตรวจยึดรถรวม 67คัน รถยนต์ 17 คัน รถจักรยานยนต์ 50 คัน โดยเจ้าหนี้เงินกู้ทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์คล้ายกันคือ ปล่อยเงินกู้ โดยให้ผู้กู้นำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มาค้ำประกัน โดยไม่ทำสัญญาเงินกู้ แต่ทำสัญญารับฝากขายรถยนต์ และให้ผู้กู้ลงลายมือชื่อไว้ ไม่ลงยอดจำนวนเงิน ซึ่งจำนวนเงินที่ผู้กู้จะได้ขึ้นอยู่กับสภาพรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้นๆ โดยกลุ่มนายทุนจะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ชำระจนกว่าจะครบยอดเงินที่กู้ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้ครอบครองรถมาทำการสอบสวน โดยขณะนี้ในเบื้องต้นพบว่า รถบางคันมีการแจ้งหายไว้ หรือยังอยู่ระหว่างเช่าซื้อกับบริษัทไฟแนนซ์​ นายทุนเงินกู้รายใหญ่ จ.ร้อยเอ็ดยึดที่ดินทำกินเป็นหลักประกัน ศปน.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า ได้ทำการกู้ยืมเงินกับนายทุนเงินกู้ในพื้นที่ อ.เมือง จว.ร้อยเอ็ด ซึ่งในการกู้ยืมเงินผู้กู้ต้องทำสัญญาขายฝากที่ดินไว้ มีกำหนดไถ่ถอน 1 ปี คิดดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 2.5 ต่อเดือน ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานร้อยเอ็ด ได้นำหมายค้น เข้าตรวจค้นที่พักของนายทุนดังกล่าว ในพื้นที่ ต.เหนือเมือง อ.เมือง จว.ร้อยเอ็ด ผลการตรวจค้นพบ โฉนดที่ดินพร้อมสัญญากู้ยืมเงิน จำนวน 14 ชุด สัญญากู้ยืมเงิน จำนวน 18 ชุด สำเนาโฉนดที่ดินพร้อมสำเนาหนังสือสัญญารับจำนอง จำนวน 19 ฉบับ สมุดบัญชีรายชื่อลูกค้า จำนวน 1 เล่ม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้เสียหายมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดอื่น จะได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีในทุกฐานความผิดที่เกี่ยวข้องดำเนินคดี บริษัททวงหนี้โหด ซ้อมพนักงาน ถ่ายคลิปประจาน พล.ต.อ.ดร.ปิยะ กล่าวอีกว่า จากกรณีที่ปรากฏคลิปวีดีโอทำร้ายร่างกายพนักงานทวงหนี้แห่งหนึ่งใน จว.สมุทรสาคร โดยน่าเชื่อว่ามีมูลเหตุเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ พลตำรวจเอก ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผอ.ศปน.ตร. จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในคดีนี้ โดยเบื้องต้นทราบว่าเหตุทำร้ายร่างกายในคลิปเกิดขึ้นที่บริษัท ที.เอ็ม.เอ็น.กรุ๊ป 2018 ในพื้นที่ อ.เมืองสมุทรสาคร จว.สมุทรสาคร ทั้งนี้ได้กำหนดแนวทางการสืบสวนเป็น 2 ส่วน คือ คดีทำร้ายร่างกายตามที่ปรากฎในคลิป และ สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินคดีทำร้ายร่างกาย สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 3608/2563จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกายตามคลิป คือ นายต้นกล้า ใจฉ่ำ และผู้ที่ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายจิรัฐกสานต์ ใจสะอาด โดยมี นายสุกฤษฏิ์ สะวันงา เป็นผู้สั่งการ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งสองทราบว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ​ ทั้งนี้ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ บก.ปอศ. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า บริษัท ที.เอ็ม.เอ็น.กรุ๊ป 2018 มีการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอให้ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย บริษัท ที.เอ็ม.เอ็น กรุ๊ป 2018 ในฐานะนิติบุคคล , นายสุกฤษฏิ์ สะวันงา กรรมการบริษัท และลูกจ้างของบริษัท รวม 13 หมายจับ ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”ซึ่งต่อมาได้มีการนำหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมายซึ่งเชื่อมโยงกับ บริษัท ที.เอ็ม.เอ็นฯ ทั้งหมด จำนวน 9 จุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดี และเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2563 ได้ทำการจับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในทุกข้อหาความผิดปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบในเขตพื้นที่นครบาล สำหรับในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. สันติ ชัยนิรามัย ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้มีการระดมกวาดล้างในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำการตรวจค้นเป้าหมาย 110 จุด จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 32 ราย ตรวจยึดเงินสด 22,240 บาท อาวุธปืน 2กระบอก รวมมูลค่าของกลาง 93,832บาท พล.ต.อ.ดร. ปิยะ กล่าวอีกว่า ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปน.ตร. ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน2563 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 6 เดือนเศษ​ มีผลการดำเนินการสืบสวนปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวมทั้งสิ้น 3,475 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 2,893 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 582 เรื่อง คิดเป็นเรื่องที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ร้อยละ 83.25 ในส่วนความผิดที่พบสามารถแบ่งลักษณะของการกระทำความผิดออกได้ดังนี้ ดอกเบี้ยเกินอัตราจำนวน1,896เรื่องร้อยละ​54.56)หมวกกันน็อค จำนวน999เรื่อง (ร้อยละ 28.75)เงินกู้ออนไลน์ จำนวน 4433เรื่อง(ร้อยละ 12.75)จำนำรถจำนวน 51 เรื่อง(ร้อยละ 1.47)ขายฝากที่ดินจำนวน 25เรื่อง(ร้อยละ 0.72) จำนองที่ดินจำนวน 24เรื่อง (ร้อยละ 0.69)วางหลักประกันจำนวน34เรื่อง (ร้อยละ 0.98) อื่น จำนวน 3เรื่อง (ร้อยละ 0.08) ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งมั่นที่จะปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ที่เป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชน สำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือต้องการแจ้งเบาะแส สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 3 อาคาร 1กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์ สายด่วน 1599 หรือที่สถานีตำรวจทุกแห่ง ได้ตลอด 24 ชี่วโมง