นรข.เขตอุบลฯรวบ 2 ผัวเมียพร้อมเนื้อหมูเถื่อน 4.4 ตันมูลค่ากว่าล้านบาทริมฝั่งโขง

ภูมิภาค20 ม.ค. 2566 • 06:54 น.
นรข.เขตอุบลฯรวบ 2 ผัวเมียพร้อมเนื้อหมูเถื่อน 4.4 ตันมูลค่ากว่าล้านบาทริมฝั่งโขง

เจ้าหน้าที่ทหารเรือจากหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตอุบลราชธานี สนธิกำลังกับฝ่ายความมั่นคง จับกุมตัวสองผัวเมียชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ขณะกำลังขับรถยนต์กระบะบรรทุกเนื้อหมู 4400 กิโลกรัมมูลค่า 1100000 บาท จากชายแดนไทยลาวริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านอำเภอนาตาล ไปส่งที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่มาถูกจับกุมตัวเสียก่อน

วันที่ 20 ม.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เจ้าหน้าที่ทหารเรือจากหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตอุบลราชธานี นำโดย พล.ร.ต.สมาน  ขันธพงษ์ ผบ.นรข. น.อ.วรรณะ เกื้อทิพย์ ผบ.นรข.เขตอุบลราชธานี น.อ.สัญญา  ณ  จอม หน.ฝ่ายยุทธการและการข่าวฯ สนธิกำลังกับฝ่ายความมั่นคง จับกุมตัวนายกฤษฎา อายุ 39 ปี กับนางนันทิดา อายุ 42 ปี สองผัวเมียชาวจังหวัดร้อยเอ็ด 

ขณะกำลังขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บย-9288 ประจวบคีรีขันธ์ บรรทุกเนื้อหมู 4400 กิโลกรัมมูลค่า 1100000 บาท โดยจับกุมได้ที่ชายแดนไทยลาวริมฝั่งแม่น้ำโขง  ทางทิศเหนือบ้านคันพะลาน อำเภอนาตาล  จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้สองผัวเมียให้การรับสารภาพ รับจ้างขนเนื้อหมูดังกล่าว ไปส่งห้องเย็นชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดกาฬสินธุ์  โดยจะได้ค่าจ้าง 3000 บาท เมื่อส่งถึงที่หมาย แต่มาถูกจับกุมตัวเสียก่อน

ด้านนาวาเอก วรรณะ  เกื้อทิพย์  ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตอุบลราชธานี เผยว่า เนื่องจากเนื้อหมูที่บ้านเราราคาสูง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื้อหมูจะขายดี จึงทำให้มีการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีราคาต่ำกว่า เข้ามาจำหน่ายอย่างต่อเนื่องแทบทุกวัน  โดยการข่าวระบุชัด มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วยร่วมขบวนการ ในการออกใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ให้

ขณะที่ นายกฤษฎา ผู้ต้องหา ยังให้การรับสารภาพว่า ผู้ว่าจ้างได้เคลียร์เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยแล้วจึงตัดสินใจนำรถมาขนเนื้อหมูดังกล่าว โดยจะมีกลุ่มบุคคลนำใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์มาให้เมื่อถึงที่นัดหมาย แต่มาถูกจับกุมตัวเสียก่อน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทราบตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มขบวนการลักลอบขนเนื้อหมูเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรแล้ว  เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสาร ต่างๆ ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อเอาตัวเจ้าหน้าที่รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด