เกิดเหตุระทึก! เพลิงเผาวอดบ้าน 2 คูหากลางชุมชนที่กาญจนบุรี

ภูมิภาค11 ส.ค. 2562 • 12:02 น.
เกิดเหตุระทึก! เพลิงเผาวอดบ้าน 2 คูหากลางชุมชนที่กาญจนบุรี
เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ (11 ส.ค.62) พ.ต.ต.วรพงษ์ ชาวแพะ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนศาลเจ้าพ่อขุนรัตนาวุธ)ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในซอยสำราญราษฎร์ หมู่ 2 ต.ท่าม่วงฯ ซึ่งจุดเกิดเหตุตั้งอยู่ห่างจาก 4 แยกไฟแดงมิราเคิลไปประมาณ 100 เมตร และห่างจากมูลนิธิฯ ประมาณ 300 เมตร หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.ท่าม่วง พ.ต.ท.วงศ์วริศ ครูทอง สวป.ฯ และ ร.ต.อ.ธวัช กรุยเปลียง รอง สวป.ฯ จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านห้องแถว 2 คูหา ด้านล่างเป็นปูน ด้านบนเป็นไม้ ยาวติดต่อกันประมาณ 10 กว่าคูหา เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงของเทศบาลตำบลท่าม่วง เทศบาลตำบลวังขนาย เทศบาลตำบลวังศาลา และเทศบาลตำบลหนองขาว เทศบาลตำบลปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรีร่วมกับ อบต.ทุ่งทอง นำรถดับเพลิงมาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงไหม้ครั้งนี้ ซึ่งกำลังเผาผลาญบ้านชั้นบนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นไม้ให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ให้ขยายวงกว้าง โดยเจ้าหน้าจากการไฟฟ่าส่วนภูมิภาค สาขา อ.ท่าม่วงฯ ได้เดินทางมาทำการตัดกระแสไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน ใช้เวลาในการสกัดกั้นเพลิงไหม้ครั้งนี้อยู่นานประมาณ 1 ชม.เพลิงจึงสงบ และพบว่าเพลิงได้เผาผลาญข้าวของเครื่องใช้ที่วางอยู่บริเวณขั้นบน และภายในบ้านทั้ง 2 คูหา คูหาแรกเลขที่ 820/2 ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลังของอดีตนายตำรวจ ยศร้อยเอกที่เกษียณ์อายุราชการไปแล้ว ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน ส่วนคูหาที่ 2 เลขที่ 820/1 ไม่มีใครอยู่บ้านเช่นกัน เจ้าของบ้านไปทำบุญที่วัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเพลิงกำลังเริ่มลุกไหม้ นายทัศนัย พัฒนวัชรกุล เจ้าหน้าที่สื่อสาร 03.ของมูลนิธิฯ ซึ่งกำลังเข้าเวรปฎิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้เห็นเหตุการณ์ จึงได้รายงานให้นายสุชน ทิวากร ผอ.ศูนย์หนึ่งใจ...ช่วยเหลือผู้ประสบภัยมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพศาลเจ้าพ่อขุนรัตนาวุธ) สั่งการให้เจ้าหน้าและอาสาของมูลนิธิฯ เดินทางไปทำการช่วยเหตุ หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต พร้อมทั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการอำนวยความสะดวกในเรื่องการจราจรเพื่อเปิดทางให้รถดับเพลิงของเทศบาลต่างๆ เข้าถึงจุดเกิดเหตุ ทำให้เหตุเพลิงไหม้สงบลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เบื้องต้นจากการสอบสวนนางสาวเอ ไม่มีนามสกุล อายุ 38 ปี บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งเป็นคนงานของโรงงานยาสูบใกล้ที่เกิดเหตุ และเห็นเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะที่นั่งคุยอยู่กับป้าเจ้าของบ้านคูหาที่ 2 ซึ่งกลับจากทำบุญตักบาตรที่วัด อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียดังเปรียะคล้ายไฟฟ้าช๊อตจากบนบ้านขั้นที่ 2 ของอดีตนายตำรวจซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิง และมีกลิ่นเหม็นไฟ จึงเดินไปดูก็พบว่า เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงและเร็วมาก จึงร้องตะโกนให้คนช่วย สักครู่เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และรถดับเพลิงก็มาถึง จากปากคำบอกเล่าของนางสาวเอ หญิงสาวชาวเมียนมาที่เห็นเหตุการณ์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ น่าจะมาจากไฟฟ้ารัดวงจร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ให้มาตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป