แม่ค้าผลไม้ส่งออกเมืองลาวเดินหน้าลุย หลังถูกกลุ่มคนอ้างเป็นตร.สืบภาค 4 รีด 4 แสน เข้าแจ้งความ สภ.เมืองหนองคาย 4 ข้อหาหนัก

ภูมิภาค21 ก.ค. 2563 • 16:03 น.
แม่ค้าผลไม้ส่งออกเมืองลาวเดินหน้าลุย หลังถูกกลุ่มคนอ้างเป็นตร.สืบภาค 4 รีด 4 แสน เข้าแจ้งความ สภ.เมืองหนองคาย 4 ข้อหาหนัก
แม่ค้าผลไม้ส่งออกเมืองลาวเดินหน้าชนเพื่อความเป็นธรรม หลังถูกกลุ่มคนตำรวจอ้างเป็นตำรวจสืบภาค 4 รีดเงิน 400,000 บาท เข้าแจ้งความ สภ.เมืองหนองคาย 4 ข้อหาหนัก สื่อตรวจสอบพบไม่ใช่ตำรวจภาค 4 พร้อมเตรียมร้องสถานทูตทั้งลาวและไทย วันที่ 21 ก.ค.63 เวลา 10.00 น. ณ สภ.เมืองหนองคาย นางเเก้วคูณเฮือน ไชยไกร ชาวลาว อายุ 47 ปี เจ้าของกิจการขนส่งผลไม้ส่งขาย สปป.ลาว (บริษัท เเสงสว่างพาณิชย์ “ชื่อภาษาไทย” หรือ บริษัท เเก้วคูณเฮือน “ชื่อภาษาลาว”) ได้เข้าร้องเรียนร้องทุกข์ กับ พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย และ พ.ต.ท.ฉลอง เลพล สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อกล่าวโทษ กับชุดจับกุมที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจชุดจับกุมมาจากตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น ซึ่งคนขับรถส่งผลไม้ของตน จำนวน 4 คน และรถบรรทุกผลไม้ จำนวน 4 คัน ได้ถูกจับกุมและถูกตรวจยึดเมื่อวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 07.30 – 21.00 น. จนผลไม้ที่บรรทุกมาได้รับความเสียหาย นางเเก้วคูณเฮือน กล่าวว่า ตนเป็นผู้ประกอบการขนส่งผลไม้ ที่ซื้อผลไม้จากประเทศไทยแล้วส่งไปขายต่อยังประเทศลาว เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.63 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 07.30 น. คนขับรถบรรทุกผลไม้ซึ่งเป็นลูกน้องของตน ถูกจับกุม ณ บริเวณหน้าด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย โดยมีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งที่อ้างตัวเองว่า เป็นชุดจับกุมมาจาก ภาค 4 (ขอนแก่น) แล้วมาเรียกรับเงิน จำนวน 400,000 บาท กับตน จากนั้น ตนได้ต่อรองกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้ลดเหลือ จำนวน 50,000 บาท แต่ชุดจับกุมกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับเงิน 50,000 บาท และได้นำรถยนต์ที่บรรทุกผลไม้ จำนวน 4 คัน มาจอดไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย โดยกล่าวหาว่าคนขับรถของตนทั้ง 4 คน/คัน ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และนำรถเข้ามาบรรทุกสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตนจึงได้บอกกับชุดจับกุมดังกล่าวว่า ก่อนเข้ามาในประเทศไทย ก็ได้มีการประทับตราเข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกกฎหมายทั้งคนและรถ ขณะเดียวกันด่านศุลกากรหนองคายและด่านภาษีฝั่งลาว ก็อนุญาตโดยถูกกฎหมายให้นำผลไม้ส่งออกไปขายยังประเทศลาว ตนเองก็ได้ประกอบธุรกิจส่งออกผลไม้ไทย - ลาว มาแล้วกว่า 20 ปี ไม่เห็นมีปัญหา ตนก็บอกกับชุดจับกุมว่า ถ้าจะจับก็จับแม่ค้าทุกคนไม่ใช่เลือกจับแต่ตน เขาก็บอกว่าต้องการจับกุมรถบรรทุกสินค้าผลไม้ของตนเพียงเจ้าเดียว และถ้าไม่ได้เงินจำนวน 400,000 บาท ก็จะนำรถทั้ง 4 คันไปขายทอดตลาด คันละ 100,000 บาท ตนก็บอกว่ารถบรรทุกไม่ใช่รถของตน แต่เป็นรถที่เช่ามาจะเอาไปขายได้อย่างไร ตนก็ได้ต่อรองขอผลไม้ภายในรถคืน ส่วนรถจะเอาเข้ามาจอดที่ สภ.เมืองหนองคายก็ตามใจ เพราะว่าผลไม้จะเสียหาย เนื่องจากเป็นสินค้าเกษตร ผลไม้จะเน่าขายไม่ได้ แต่ชุดจับกุมก็ไม่อนุญาตให้นำผลไม้ลงมาจากรถ ดังนั้นตนจึงเข้ามาแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ชุดจับกุม จาก ภาค 4 ใน 4 ข้อหาคือ กรรโชกทรัพย์, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ทำให้เสียทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะนี้คนขับรถซึ่งเป็นลูกน้องของตนทั้ง 4 คน ก็ยังถูกจับและถูกส่งตัวไปกักขังที่ศาลจังหวัดหนองคาย รถก็ยังโดนยึดไว้ที่ สภ.เมืองหนองคาย ส่วนผลไม้ที่บรรทุกมาในรถก็เน่าเปื่อยเสียหาย ตนยืนยันว่าตนได้ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทำไมเจ้าหน้าที่จึงมาจับกุมตรวจยึดสินค้าของตน หรือจะเรียกได้ว่า “ปล้น” ก็ว่าได้ ตนถามชุดจับกุมว่ามาจากไหนเขาก็บอกว่าไม่ต้องถาม ขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้ดู บอกแต่เพียงว่าจะจับอย่างเดียว ดังนั้นตนจึงเดินทางเข้ามาแจ้งความกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว และให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษโดยเด็ดขาด แต่ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมตนก็จะร้องเรียนต่อสถานทูตลาวและสถานทูตไทยต่อไป ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบแล้วพบว่ากลุ่มคนดังกล่าวไม่ใช่ตำรวจมาจากภาค 4 แต่อย่างใดเป็นเพียงการกล่าวอ้าง