“อานนท์” ระดมแกนนำภาคอีสานร่างงบประมาณยื่นต่อรัฐบาลสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
“อานนท์” ระดมแกนนำภาคอีสานร่างงบประมาณยื่นต่อรัฐบาลสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง “จาก ร.9 ถึง ร.10 สู่ผองไทยทั่วแหล่งหล้า สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา”
วันที่ 16 มีนาคม 2563 ที่ห้องจัมปาศรี โรงแรมตักสิลา อ.เมือง จ.มหาสารคาม ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ผอ.มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นไทย ดร.องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น นางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งประเทศไทย และ นายศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.)แห่งประเทศไทย ร่วมประชุมและบรรยายกับทาง นายอดิศร วัฒนบุตร ผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มเรารักประเทศไทยภาคอีสาน และ แกนนำประจำจังหวัดต่างๆ ทั้ง 20 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อเตรียมทำเอกสารร่างของบประมาณเสนอต่อทางรัฐบาลและส่งเสริมให้เกษตรกรทุกองค์กร ทุกสาขาอาชีพ มาร่วมจับมือกันสร้างเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน” เพื่อรองรับงบประมาณจากรัฐบาล
ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ผอ.มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นไทย ได้เปิดเผยว่า ในแต่ละรัฐบาลจะต้องนำเอางบประมาณในแต่ละปี มาส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยผ่านมายัง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน” ทางตนจึงได้เล็งเห็นความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง “จาก ร.9 ถึง ร.10 สู่ผองไทยทั่วแหล่งหล้า สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” เพราะตลอดช่วงเวลากว่า 4 ทศวรรษที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ “สยามมกุฎราชกุมาร” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเรียนรู้หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในด้านต่าง ๆ อย่างทรงพระวิริยะ เมื่อเสด็จขึ้นทรงราชย์ พระองค์ทรงมุ่งมั่นสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ปวงประชาชนชาวไทยสืบไป ด้วยเหตุนี้เองทาง “เครือข่ายภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นไทย” จึงได้ออกมาให้ความรู้กับตัวแทนในแต่ละจังหวัดเกี่ยวกับการ “จดจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน” และ “การร่างของบประมาณกับทางรัฐบาล” นอกจากนั้นแล้วพร้อมเตรียมส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรกลุ่มต่าง ๆ ได้มีอาชีพกันแล้วค่อยดำเนินการจดจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่อไป
ผศ.ดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า การจัดตั้ง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน” คือ “การประกอบการขนาดเล็ก เพื่อจัดการทุนของชุมชนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการพึ่งพาตนเองและความเพียงพอของครอบครัวและชุมชน ทุน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแต่เพียงเงิน แต่รวมถึงทรัพยากร ผลผลิต ความรู้ ภูมิปัญญา ทุนทางวัฒนธรรม และทุนทางสังคม (กฎเกณฑ์ทางสังคมที่ร้อยรัดผู้คนให้อยู่ร่วมกันเป็นชุมชน เป็นพี่น้องไว้ใจกัน) ให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืนยังประโยชน์ให้ชุมชนผู้เป็นเจ้าของวิสาหกิจนั้นเป็นหลัก” และยังเป็นการประกอบการ ซึ่งรวมถึงกระบวนการคิด การจัดการผลผลิต และทรัพยากรทุกขั้นตอนโดยมีภูมิปัญญาขององค์กรชุมชนหรือเครือข่ายขององค์กรชุมชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและการเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งมิได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อการสร้างกำไรทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงกำไรทางสังคม ได้แก่ ความเข้มแข็งของชุมชนและความสงบสุขของสังคมด้วย
นอกจากนั้นแล้ว “วิสาหกิจชุมชน”ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 นั้น วิสาหกิจชุมชน คือ “กิจการของชุมชนเกี่ยวกับการผลิตสินค้าการให้บริการ หรือการอื่น ๆ ที่ดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มีความผูกพัน มีวิถีชีวิตร่วมกันและรวมตัวกันประกอบกิจการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นรูปนิติบุคคลในรูปแบบใดหรือไม่เป็นนิติบุคคล เพื่อสร้างรายได้และเพื่อการพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชนและระหว่างชุมชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนประกาศกำหนด”.