'ผอ.รพ.ขอนแก่น' แจงชัดการกำจัดขยะติดเชื้อของโรงพยาบาลไม่มีกลิ่นและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
วันที่ 24 ก.ค.2566 เวลา 13.00 น. ที่ รพ.ขอนแก่น เขตเทศบาลนครขอนแก่น นพ. เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ขอนแก่น นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่อาคารกำจัดขยะติดเชื้อ ภายในโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งด้านหลังของแฟลตเจ้าหน้าที่ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หลังพบการร้องเรียนเกิดขึ้น เนื่องจากระบุว่าได้รับผลกระทบในเรื่องของกลิ่น ที่มาจากการกำจัดขยะติดเชื้อ โดยมีกลิ่นตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึงประมาณ 15.00 น.ของทุกวัน
ซึ่งจากการลงพื้นที่นั้น พบว่าทางเจ้าหน้าที่กำลังทำการกำจัดขยะด้วยระบบไอน้ำพอดี ซึ่งหลังมีการบดอัดเข้าไปในเครื่องกำจัดขยะแล้ว ก็ปล่อยลงสู่ถังขยะด้านล่างเพื่อเตรียมนำไปทิ้ง พบว่ามีกลิ่นของขยะทั่วไปแต่ไม่ถึงกับรุนแรง และมีไอน้ำโชยออกมาหลังเปิดฝา ซึ่งไม่มีควัน และไม่มีกลิ่นไหม้
ทั้งนี้ นาย ฉัตรชัย บุตรปาละ อายุ 54 ปี พนักงานบริการศูนย์กำจัดขยะ ซึ่งทำหน้าที่กำจัดขยะติดเชื้อของ รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า ทำงานจุดนี้มาตั้งแต่ปี 2536 และเมื่อก่อนเป็นระบบเผาทำลายกระทั่งมาสู่ระบบไอน้ำในปัจจุบันนี้ ในความรู้สึกที่ทำงานนั้น การเผาจะมีกลิ่นแรงมาก แต่พอเปลี่ยนเป็นระบบกำจัดขยะติดเชื้อด้วยไอน้ำนั้น ก็มีเพียงกลิ่นของขยะทั่วไป แต่จะไม่มีกลิ่นควันหรือกลิ่นสารเคมี ที่ผ่านมาไม่มีการเจ็บป่วยจากการกำจัดขยะติดเชื้อ ไม่มีการเป็นมะเร็ง ทุกคนมีการตรวจสุขภาพประจำปีก็ไม่พบปัญหาเกิดขึ้นแต่อย่างใด ยืนยันว่าที่พูดคือเรื่องจริงและไม่ได้พูดเอาใจโรงพยาบาลเพราะทำงานที่นี่แต่อย่างใด
ขณะที่ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรานุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า การร้องเรียนเพียงแฟลตดังกล่าวเท่านั้น ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบในเรื่องของกลิ่น ซึ่งทางโรงพยาบาลขอนแก่นเองยืนยันว่าทำถูกต้องมาตรฐานทุกอย่าง และไม่มีในเรื่องปัญหาของการส่งกลิ่นเดือดร้อนรำคาญผู้ป่วยและญาติ ซึ่งมีหอผู้ป่วยอยู่ใกล้ๆ ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนในส่วนนี้แต่อย่างใด โดยการทำงานของเครื่องนั้น เมื่อขยะติดเชื้อมาถึงโรงงาน จะมีการคัดแยกพร้อมกับการชั่งน้ำหนัก ก่อนที่จะเริ่มต้นการทำลายขยะติดเชื้อ ด้วยพลังงานไอน้ำ ขยะติดเชื้อจะถูกเครื่องนำขึ้นไปเข้าเครื่องกำจัดขยะที่อยู่ด้านบน ด้วยระบบลิฟต์ไฮดรอริก จากนั้นจะเทขยะติดเชื้อเข้าในเครื่องกำจัดขยะด้วยระบบไอน้ำเพื่อทำลายเชื้อด้วยไอน้ำ ก่อนปิดฝาเครื่องเพื่อทำลายเชื้อด้วยไอน้ำอุณหภูมิสูงภายใต้แรงดัน ซึ่งหลังจากที่ปิดฝาเรื่องแล้ว เครื่องจะเริ่มต้นด้วยขั้นตอนบดขยะเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิว เพื่อให้ไอน้ำเข้าถึงขยะติดเชื้อ เข้าถึงขยะทุกจุด รักษาอุณหภูมิหล่อเย็น ระบายน้ำทิ้งแล้วเทขยะออกจากเครื่องจนครบกระบวนการ
โดย นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากการบดสับเสร็จเครื่องจะทำลายเชื้อโรคด้วยอุณหภูมิสูง 138 องศาเซลเซียส ภายใต้แรงดัน 3.8 บาร์ เป็นระยะเวลา 10 นาที เมื่อบำบัดครบกระบวนการเป็นเวลา 40 นาที ฝาบนก็จะเปิดเพื่อระบายไอน้ำ ส่วนฝาล่างก็จะเทขยะที่ผ่านการกำจัดเชื้อหมดแล้วลงถังด้านล่าง โดยจะมีไอน้ำออกมาเล็กน้อย ฮู้ด จะสามารถดูดไอน้ำให้หมดภายใน 5 วินาที จากนั้นจะทำการโกยขยะที่ทำลายเชื้อหมดแล้ว มัดปากถุงก่อนทิ้งเป็นขยะทั่วไป
ซึ่งกระบวนการกำจัดขยะติดเชื้อทั้งหมด จะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีในการจัดการกำจัดขยะติดเชื้อ โรงพยาบาลขอนแก่นมีขยะติดเชื้อวันละประมาณ 1,200-1,400 กิโลกรัมเท่านั้น และไม่มีควัน โดยเป็นการดูดไอน้ำขึ้นไปกว่า 20 เมตร และปล่อยออกตรงปล่องระบายไอน้ำสู่ชั้นบรรยากาศ โดยไม่มีการส่งกลิ่นแต่อย่างใดอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องราวดังกล่าวเหมือนมีการกลั่นแกล้งกันมากกว่า เพราะตลอดระยะเวลาที่เป็น ผอ.รพ.ที่นี่ ยืนยันว่าไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน กลิ่นจะมีเพียงกลิ่นขยะทั่วไป และถังสีแดงที่มีการวางไว้เรียงกันจำนวนมากนั้น เป็นการพักถังหลังจากทำความสะอาด เพื่อเตรียมนำกลับไปตั้งรอใส่ขยะติดเชื้อในโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลเองจึงมองว่าจะต้องหาหน่วยงานกลางเข้ามาตรวจสอบทั้งหมด เพื่อชี้ชัดว่า ที่ทาง รพ.ขอนแก่นนั้นถูกร้องเรียนเรื่องกลิ่นนั้นเป็นอย่างไร เพื่อจบปัญหาดังกล่าว แต่หากผู้ร้องไม่ยอมรับในการตรวจสอบจากหน่วยงานกลางแล้ว ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน เพราะทุกโรงพยาบาลใหญ่ทั่วประเทศรวมถึงในต่างประเทศต่างใช้ระบบการกำจัดขยะติดเชื้อด้วยระบบไอน้ำกันทั้งหมด ก็ไม่พบว่ามีปัญหาเรื่องกลิ่นเข้ามาแต่อย่างใด