ยะลาตรวจเข้ม ป้องกันการลักลอบเข้าไทยทางธรรมชาติของกลุ่มที่มาจากมาเลเซีย
วันนี้ ( 18 เม.ย. 63) ที่ด่านตรวจเข้าเมืองยะลา เขตเทศบาลนครยะลา เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจได้เพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจคัดกรอง อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางออกจากพื้นที่ ม.3 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงเนื่องจากมีผู้ติดเชื้อหลายราย ส่วนสถานการณ์ล่าสุดวันนี้ ( 17 เม.ย. 63) ในพื้นที่จังหวัดยะลา ผู้ป่วยสะสม 99 ราย รักษาหายสะสม 46 ราย รายใหม่ 0 ราย รักษาอยู่โรงพยาบาลสะสม 46 ราย เสียชีวิตสะสม 2 ราย
พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า กรณี คนไทยที่จะเดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย นอกเหนือจากลงทะเบียนผ่านทางสถานทูตไทยแล้ว น่าจะมีบางส่วนอาจหลบหนีเข้ามา ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีแผนรองรับไว้แล้ว ซึ่งคาดว่าจำนวนคนที่หลบหนีเข้ามาคงจะไม่มาก แต่ ทุกคนต้องเข้าระบบ ต้องบังคับ เข้ากระบวนการ ทั้งหมด เมื่อเข้ามาผิดกฎหมายก็จะต้องถูกจับและปรับ จากนั้นก็ถูกนำเข้ากระบวนการคัดกรอง ถ้าพบว่ามีอาการก็ไปหาหมอ ซึ่งมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่สามารถจัดการได้ โดยขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังตามแนวชายแดน ที่ผ่านมา พบ มีบางคนหนีว่ายข้ามน้ำมาบ้าง หนีเข้ามาทางเรือ เจ้าหน้าที่ก็จับได้หมด ซึ่งได้ให้กำลังพลคุมตลอดแนวชายแดน เพื่อ ไม่ให้หลุดรอดมาได้
ด้าน พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่ จชต. ว่า ภาพรวมต้องขอบคุณแนวหน้าที่ทำงานอย่างจริงจังทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ทุกระดับชั้นตั้งแต่ แพทย์ พยาบาล รพ.สต. และ อสม.ใน 5 จชต. รวมแล้วกว่า 47,000 คน โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อเมื่อวานนี้มีจำนวน 286 ราย ถือว่าเป็นตัวเลขไม่มากนักเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา ถือว่าสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ผู้ว่าราชการทั้ง 5 จชต.และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ก็ทำงานอย่างเติมที่ ทันทีที่พบการระบาดก็มีการปิดพื้นที่ทันทีทำให้ลดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนได้มอบถุงยังชีพโดยมีสภาสันติสุขตำบลเป็นผู้ดำเนินการ ทั้ง 282 ตำบล คาดจะได้ประมาณจำนวน 200,000-280,000 ถุง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน และจะสามารถแจกจ่ายได้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากสถานการณ์ของโรค โควิด-19
วีระยุทธ/ยะลา/18/4/63