อดีตตำรวจกลัวความผิดผูกคอตายในห้องขัง สภ.บางเสาธงจากข้อหาปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ

ภูมิภาค25 ม.ค. 2567 • 16:03 น.โดย สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์
อดีตตำรวจกลัวความผิดผูกคอตายในห้องขัง สภ.บางเสาธงจากข้อหาปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ

จากกรณี นาย สมศักดิ์  อายุ 42 ปี อดีตตำรวจ ยศ ส.ต.ท. ถูกตำรวจทางหลวงจับกุมในข้อหา ปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ (ปลอมป้ายทะเบียนรถยนต์) โดยหลังจากที่มีการนำตัวส่งพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเข้าห้องขัง ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นโรคหอบหืดไม่สะดวกจะขังรวมกับผู้ต้องขังรายอื่นอีกหลายคน ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่สิบเวรจึงแยกตัวห้องขังเดี่ยว กระทั่งพบอีกครั้งมาก่อเหตุใช้เชือกรัดข้อเท้าของกางเกงวอร์ม ผูกกับลูกกรงของประตูห้องขังแขวนคอตนเองจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงตีหนึ่งที่ผ่านมา ตามที่รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย ผู้กำกับหัวหน้างานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมและสื่อมวลชนให้ความสนใจ 

โดย พ.ต.อ. ประภาส มั่งคั่ง  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ให้เข้ามาดูคดีนี้  เพื่อหาข้อเท็จจริงการก่อเหตุ  เบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมตัวในคดีต่างๆ รวมถึงมีคดีติดตัวอีกหลายคดี ล่าสุดไปก่อเหตุกรรโชกทรัพย์และเรียกค่าไถ่ในท้องที่ของสน.ลาดกระบัง ซึ่งรายละเอียดอยู่ในระหว่างการประสานกับสน.ลาดกระบัง

ส่วนการจับกุมในข้อหาการใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมเพื่อหวังตบตาการหลบหนีของเจ้าหน้าที่ ได้พุ่งเป้าไปที่ประเด็นเรื่องเจ้าหน้าที่บกพร่องในหน้าที่หรือไม่นั้น จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดเบื้องต้นไม่พบข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ มีการตรวจค้นร่างกายก่อนคุมตัวเข้าห้องขัง อีกทั้งก่อนส่งมอบตัวผู้ต้องหา ตำรวจทางหลวงได้ค้นตัวและนำสิ่งของต่างๆใส่มาในกระเป๋าของผู้ตายแล้ว

ด้านพ.ต.อ. โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางเสาธง ระบุว่า จากการตรวจสอบประวัติของผู้ตาย พบปี 2556  ผู้ต้องหาไปก่อเหตุ ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนท้องที่ สน.อุดมสุข จนกระทั่งถูกไล่ออกจากราชการในขณะนั้น หลังจากพ้นโทษออกมา พบว่า ปี 2559  ไปก่อเหตุ ฉ้อโกง ที่สน.ร่มเกล้า และสภ.ด่านขุนทด แต่ยังไม่ทราบข้อมูลว่าถูกจับกุมในคดีดังกล่าวหรือยัง กระทั่งมาเริ่มก่อเหตุในปี 2562  ในข้อหา ตัวการ กรรโชกทรัพย์ และปี 2563  อีก 3 คดี ในข้อหา กรรโชกทรัพย์  และมาก่อเหตุซ้ำในท้องที่สน.ลาดกระบังจนกระทั่งมาถูกจับกุม

ทั้งนี้จากประวัติพบว่าผู้ต้องหาจะใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมในการติดรถยนต์ส่วนตัวเพื่อใช้อำพรางในการหลบหนี ซึ่งรถยนต์ของผู้ต้องหานั้น จากการตรวจสอบก็ยังพบว่าหลบหนีไฟแนนท์และไม่ส่งค่างวดมาหลายงวดเช่นกัน ส่วนทางครอบครัวของผู้ตาย ขณะนี้ติดต่อบิดาที่อยู่บ้านเกิดในจังหวัดสุรินทร์แล้ว ทราบว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวและไม่ติดใจสาเหตุการตาย ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางมาติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการขอหนังสือไปรับศพกลับภูมิลำเนา