อัญเชิญดวงวิญญาณ "น้องดิว" กลับบ้าน ผลชันสูตรพบสมองบวม กะโหลกศีรษะแตกร้าว

ภูมิภาค14 ก.พ. 2566 • 20:00 น.โดย ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ
อัญเชิญดวงวิญญาณ "น้องดิว" กลับบ้าน ผลชันสูตรพบสมองบวม กะโหลกศีรษะแตกร้าว

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก น.ส.วนิดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พักอยู่ ม.8 ต.หนองไข่น้ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี ขณะเดินทางไปรอดูอาการป่วยของน้องดิว ลูกชายที่โรงพยาบาลสระบุรี ซึ่งถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลหนองแค ด้วยอาการหมดสติไม่รู้สึกตัวตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.66 โดยอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต ICU ล่าสุด น้องดิว ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลา 12.12 น.ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง!! "น้องดิว" เหยื่อพี่เลี้ยงโหดเสียชีวิตแล้ว

ล่าสุด วันที่14 ก.พ.66 น.ส.วนิดา แม่น้องดิว ได้นำร่างน้องดิว ออกจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ องค์รักษ์ จ.นครนายก โดยผลชันสูตร สาเหตุการเสียชีวิต ของน้องดิว ออกมาว่า เกิดจาก สมองบวม กะโหลกศีรษะแตกร้าว จากนั้นได้นำตัวน้องดิว กลับมายังบ้าน เลขที่ 100/28 ต.หนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางสิริยาพร (ขอสงวนนามสกุล) พี่เลี้ยงโหด เพื่อทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ ของน้องดิวกลับบ้าน ซึ่งในการประกอบพิธี ได้นำก้านกล้วยมาทำเป็นกระทง สามเหลี่ยม ปูพื้นด้วยใบตอง ซึ่งภายในบรรจุด้วย ต้มจืด 1 ถ้วย ข้าวสวย 1 ถ้วย น้ำเปล่า 1 ขวด นม 1 กล่อง ขนมทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน ฝอยทอง และรูปปั้นเด็กที่ปั้นจากดินน้ำมัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ตัวแทน น้องดิว โดยมีพระครูกิตติ ปุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดเกาะกลาง ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี เป็นผู้ประกอบพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ ของน้องดิว

น.ส.วนิดา เล่าว่า วันนี้ได้มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของน้องดิวกลับ บ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยจะนำร่างของน้องดิวไปฝังไว้ก่อน จนกว่าอายุจะครบกำหนด ซึ่งจะต้องสอบถามญาติๆ ดูก่อนว่าจะเก็บไว้นานขนาดไหน ในส่วนเรื่องคดีความ ตนขอเดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนาให้ลูกก่อน และเมื่อเสร็จก็กลับมาดำเนินการต่อ แต่ตนเองได้ตั้งทนายไว้แล้ว โดยให้ทางทนายดำเนินการไปก่อน ซึ่งผลชันสูตรออกมาว่า น้องดิว สมองบวม และกะโหลกศีรษะแตกร้าว บริเวณท้ายทอย ส่วนในเรื่องคดีความตอนนี้ตนเองไม่ค่อยหนักใจเท่าไร เนื่องจากว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเรื่องให้จนถึงที่สุด แลยังมีเจ้าหน้าที่ พม.เข้ามาให้ความช่วยเหลือ พร้อมด้วยเหน้าที่สงเคราะห์เด็กด้วย และยังมีนายเฉลิม พิมพา (เอ็ม) เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน เข้าให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง

ส่วนพี่เลี้ยงโหด ยังไม่ได้ประกันตัวออกมา เนื่องจากศาลคัดค้านการประกันตัว โดยส่วนตัวแล้วตนเองไม่คิดที่จะให้อภัยกับผู้ก่อเหตุ เนื่องจากตนเองรักลูกของตนเองมาก ไม่เคยที่ทุบตีลูกของตนเองเลยสักครั้ง ซึ่งถ้าไม่จำเป็นจริงๆตนเองไม่คิดที่จะเอาลูกไปฝากใครเลย ซึ่งที่ตนเอาไปฝากเลี้ยงเนื่องจากมีความจำเป็นต้องหางานทำ ที่ตนไปฝากก็เชื่อใจคนเลี้ยงอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งที่ตนเอามาฝากก็เพื่อแค่ทดลองเอามาฝาก โดยไม่ได้ตั้งใจนำมาฝากจริงๆ ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับลูกของตนเองตนเองไม่คิดที่จะอภัยให้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังไม่คิดที่จะสำนึกเลย แม้แต่คำขอโทษเราก็ไม่มี ตนจึงไม่จำเป็นต้องให้อภัย ก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย 

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เล่าว่า ตอนนี้ทราบแล้ว่าน้องดิวได้เสียชีวิตลงแล้ว และผลชันสูตรก็ออกมาแล้ว แต่ในการตั้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุยังคงต้องรอ สอบปากคำแพทย์ก่อน กรณีเสียชีวิต เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ ของน้องดิว บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ น.ส.วินดา ได้พบกับนายภาคี (ขอสงวนนามสกุล) สามีของผู้ก่อเหตุ และแม่ (ของผู้ก่อเหตุ) โดยทั้ง 2 ไม่ยอมให้เข้าไปทำพิธีภายในบ้าน เกิดมีการปะทะคารมกันเล็กน้อย โดย น.ส.วนิดา ได้บอกว่าเพื่อความสบายใจของตน ตนเองขอเข้าไปทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ ภายในบ้าน เนื่องจากว่าน้องดิวอยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นที่สุดท้าย ในที่สุดนายภาคี จึงได้ยอมให้เข้าไปประกอบพิธี

ทางนายภาคี ได้พูดคุยว่า ตอนนี้ทางครอบครัวก็ยังย่ำแย่อยู่ เงินประกันเมียก็ไม่มีที่จะประกัน ในส่วนเรื่องการเยียวยา ตนเองก็พยายามหาช่วยอยู่ ตอนนี้บ้านก็ยังต้องผ่อน