กลุ่มอนุรักษ์ฯ รณรงค์เข้มชาวสุวรรณคูหา ต้านโครงการผันน้ำโขงเลยชีมูล

ภูมิภาค9 มี.ค. 2566 • 23:42 น.
กลุ่มอนุรักษ์ฯ รณรงค์เข้มชาวสุวรรณคูหา ต้านโครงการผันน้ำโขงเลยชีมูล

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.66 ที่อำเภอ​สุวรรณคูหา​ จังหวัด​หนองบัว​ลำ​ภู​ ชาวบ้าน​กลุ่ม​อนุรักษ์​ลุ่มน้ำ​โมง​ อ.สุวรรณคูหา​ จำนวน​กว่า 10 คนพร้อมรถเครื่อง​เสียง​ลำโพง​อีก​ 3 คัน​ ได้ร่วมกันเดินรณรงค์​แจกเอกสารแถลงการณ์​คัดค้าน​โครง​การผัน​น้ำ​โขง​เลย​ชี​มูล​โดยเริ่มจากหมู่บ้าน​นาด่าน​ ต.นาด่าน​ตั้งแต่​เวลา​ 09.00​ น.​ จนไปสิ้นสุด​ที่หมู่บ้าน​ดงมะไฟ​ ต.ดงมะไฟ​ เวลา​ 16.00​ น.​ รวมระยะทางกว่า​ 30​ กิโลเมตร​

นอกจากนี้ ยังประชาสัมพันธ์​ถึง​การเตรียมจัดเวที​สาธารณะ​เพื่อ​รับฟัง​ข้อมูลโดยจะมี​การเชิญหน่วยงาน​ภาครัฐ​ที่​เกี่ยวข้อง​กับ​โครงการ​ผันน้ำคือสำนัก​งานทรัพยากร​น้ำ​แห่งชาติ​(สทนช.)​และกรมชลประทาน​เพื่อมาให้ขัอมูล​แก่ประชาชน​ในวันที่​ 11​ มีนาคม​ ณ​ วัดถ้ำ​สุวรรณคูหา​ ต.นาสี อ.สุวรรณคูหา​ ซึ่ง​ระหว่าง​แจกเอกสารและให้ข่าว​สารแก่พี่น้อง​ประชาชน​ริมถนน​สองข้างทางตามหมู่บ้าน​ต่าง​ ๆ​ ได้รับความสนใจและการตอบรับเป็น​อย่างดีจากชาวบ้าน​ในพื้นที่​และบุคคล​ที่​เดินทาง​ผ่าน​ไปมา

นายดุสิต​ วงศ์​ชาน้อย​ อายุ​ 65​ ปี​ สมาชิก​กลุ่ม​อนุรักษ์​ลุ่มน้ำ​โมง​ ได้​กล่าว​ถึง​เป้าหมาย​ของการเดินรณรงค์​ว่าเพื่อต้องการ​ให้​พี่น้อง​ประชาชนที่อยู่​ใน​เขตโครงการได้รับรู้​ข้อมูล​ปัญหา​ที่อาจจะ​เกิดขึ้น​ในข้างหน้า ดังนั้นอยากให้ประชาชน​ได้รับรู้​ข้อมูล​ในส่วน​นี้​ โดยเฉพาะ​เกษตรกร​ที่อยู่​ในเขตโครงการ​ 

"การรณรงค์​ในครั้งนี้ผมคาดหวัง​อยาก​ให้​พี่น้อง​เกษตรกร​และประชาชน​ทั่วไป​ได้​ตั้งคำถาม​และเรียนรู้​เพิ่มเติม​ที่เกี่ยวข้อง​กับโครงการ​ผัน​น้ำ​ฯที่เวที​สาธารณะ​ที่พวกเราจะจัด​ขึ้น​ในวันที่​ 11​ มีนาคม​นี้ ผมคัดค้าน​โครงการ​ผันนี้เพราะมันมีผลกระทบ​ต่อ​ชาวอำเภอ​สุวรรณคูหา​เป็น​อย่างมาก หากดูตามแผนที่​โครงการ​ที่เขาวางแผน​เอาไว้ แค่โดยเฉพาะ​เรื่อง​ของการสูญเสีย​ที่ดิน​ทำกินก็เยอะ​มาก​แล้ว​ อีกทั้งลำห้วย​หรือ​แหล่งน้ำ​หลัก​ ๆ​ ของพวกเราหากมีการทำโครงการ​นี้ขึ้น​มา​แล้วมันจะระบาย​ไป​ยัง​ไง​ หากมีการทำคลองระบายน้ำขนาดใหญ่​กั้นไว้ เราก็อยากจะรู้​ปัญหา​และคำตอบเหมือนกัน​ดังนั้นเราก็จะเรียน​รู้​จากเวที​สาธารณะ​ที่​เราจัด​ขึ้น​"นายดุสิต กล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของแถลงการณ์มีเนื้อหาบางตอนระบุว่า โครงการผันน้ำครั้งนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้เงินในการลงทุนมหาศาล กรมชลประทานจึงแบ่งโครงการออกเป็น 5 ระยะ โดยได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง การพัฒนาระยะที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน 2560​ การดำเนินการศึกษาโครงการบริหารจัดการน้ำโขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ได้มีการคัดค้านของชาวบ้านมาตั้งแต่เริ่มแรก เนื่องจากโครงการดังกล่าวนั้น เป็นการต่อยอดจากการดำเนินโครงการโขง ชี มูล ที่ดำเนินการมาแต่เดิม เช่น ลุ่มน้ำมูล เขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา ลุ่มน้ำชี เขื่อนพนมไพร เขื่อนยโสธร และหนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรฯ รวมทั้งสิ้น 14 ตัว ซึ่งในระยะเวลากว่า 30 ปี ชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแม่น้ำ ต้องย้ายที่อยู่ ชุมชนแตกสลาย สูญเสียที่ดินทำกินปัญหาที่กล่าวมาไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องลุกขึ้นมาชุมนุม ประท้วง เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากหน่วยงานรัฐจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ของโครงการโขง ชี มูล ชาวบ้านยังคงมีการเรียกร้องการแก้ไขปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น 

โดยเฉพาะปัญหาการแพร่กระจายของดินเค็มที่จะมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ปัญหาน้ำท่วมภาคอีสานอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ การไหลของแม่น้ำ ซึ่งเขื่อนเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้ปัญหาที่ผ่านมาของการดำเนินโครงการโขง ชี มูล คือ การขาดกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชน ที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 

แถลงการณ์ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ปัญหาโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ของกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำโมง อ.สุวรรณคูหา เห็นว่ากระบวนการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม(EIA) ของโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการไปอย่างปราศจากกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงของประชาชนในลุ่มน้ำภาคอีสาน เนื้อหาในรายงานไม่ได้กล่าวถึงมิตินิเวศวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งโครงการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนจำนวนมาก

“หน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมชลประทาน สทนช.ไม่เคยสรุปบทเรียน และทบทวนการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด ล้มเหลว ในอดีตนอกจากจะผลิตโครงการขนาดใหญ่ตอบสนองนักการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์โดยแอบอ้างชาวบ้านเป็นตัวประกันของโครงการเรากลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำโมง อ.สุวรรณคูหา จะปกป้องผืนแผ่นดินของเราด้วยชีวิต และจะคัดค้านโครงการผันน้ำโขงเลยชีมูล จนถึงที่สุด”แถลงการณ์ ระบุ