กลุ่มอนุรักษ์ฯ รณรงค์เข้มชาวสุวรรณคูหา ต้านโครงการผันน้ำโขงเลยชีมูล
เมื่อวันที่ 9 มี.ค.66 ที่อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำโมง อ.สุวรรณคูหา จำนวนกว่า 10 คนพร้อมรถเครื่องเสียงลำโพงอีก 3 คัน ได้ร่วมกันเดินรณรงค์แจกเอกสารแถลงการณ์คัดค้านโครงการผันน้ำโขงเลยชีมูลโดยเริ่มจากหมู่บ้านนาด่าน ต.นาด่านตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนไปสิ้นสุดที่หมู่บ้านดงมะไฟ ต.ดงมะไฟ เวลา 16.00 น. รวมระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังประชาสัมพันธ์ถึงการเตรียมจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังข้อมูลโดยจะมีการเชิญหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการผันน้ำคือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)และกรมชลประทานเพื่อมาให้ขัอมูลแก่ประชาชนในวันที่ 11 มีนาคม ณ วัดถ้ำสุวรรณคูหา ต.นาสี อ.สุวรรณคูหา ซึ่งระหว่างแจกเอกสารและให้ข่าวสารแก่พี่น้องประชาชนริมถนนสองข้างทางตามหมู่บ้านต่าง ๆ ได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวบ้านในพื้นที่และบุคคลที่เดินทางผ่านไปมา
นายดุสิต วงศ์ชาน้อย อายุ 65 ปี สมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำโมง ได้กล่าวถึงเป้าหมายของการเดินรณรงค์ว่าเพื่อต้องการให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตโครงการได้รับรู้ข้อมูลปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในข้างหน้า ดังนั้นอยากให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลในส่วนนี้ โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในเขตโครงการ
"การรณรงค์ในครั้งนี้ผมคาดหวังอยากให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้ตั้งคำถามและเรียนรู้เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับโครงการผันน้ำฯที่เวทีสาธารณะที่พวกเราจะจัดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคมนี้ ผมคัดค้านโครงการผันนี้เพราะมันมีผลกระทบต่อชาวอำเภอสุวรรณคูหาเป็นอย่างมาก หากดูตามแผนที่โครงการที่เขาวางแผนเอาไว้ แค่โดยเฉพาะเรื่องของการสูญเสียที่ดินทำกินก็เยอะมากแล้ว อีกทั้งลำห้วยหรือแหล่งน้ำหลัก ๆ ของพวกเราหากมีการทำโครงการนี้ขึ้นมาแล้วมันจะระบายไปยังไง หากมีการทำคลองระบายน้ำขนาดใหญ่กั้นไว้ เราก็อยากจะรู้ปัญหาและคำตอบเหมือนกันดังนั้นเราก็จะเรียนรู้จากเวทีสาธารณะที่เราจัดขึ้น"นายดุสิต กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของแถลงการณ์มีเนื้อหาบางตอนระบุว่า โครงการผันน้ำครั้งนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้เงินในการลงทุนมหาศาล กรมชลประทานจึงแบ่งโครงการออกเป็น 5 ระยะ โดยได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง การพัฒนาระยะที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน 2560 การดำเนินการศึกษาโครงการบริหารจัดการน้ำโขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ได้มีการคัดค้านของชาวบ้านมาตั้งแต่เริ่มแรก เนื่องจากโครงการดังกล่าวนั้น เป็นการต่อยอดจากการดำเนินโครงการโขง ชี มูล ที่ดำเนินการมาแต่เดิม เช่น ลุ่มน้ำมูล เขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา ลุ่มน้ำชี เขื่อนพนมไพร เขื่อนยโสธร และหนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรฯ รวมทั้งสิ้น 14 ตัว ซึ่งในระยะเวลากว่า 30 ปี ชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแม่น้ำ ต้องย้ายที่อยู่ ชุมชนแตกสลาย สูญเสียที่ดินทำกินปัญหาที่กล่าวมาไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องลุกขึ้นมาชุมนุม ประท้วง เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากหน่วยงานรัฐจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ของโครงการโขง ชี มูล ชาวบ้านยังคงมีการเรียกร้องการแก้ไขปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะปัญหาการแพร่กระจายของดินเค็มที่จะมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ปัญหาน้ำท่วมภาคอีสานอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ การไหลของแม่น้ำ ซึ่งเขื่อนเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้ปัญหาที่ผ่านมาของการดำเนินโครงการโขง ชี มูล คือ การขาดกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชน ที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่
แถลงการณ์ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ปัญหาโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ของกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำโมง อ.สุวรรณคูหา เห็นว่ากระบวนการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม(EIA) ของโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการไปอย่างปราศจากกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงของประชาชนในลุ่มน้ำภาคอีสาน เนื้อหาในรายงานไม่ได้กล่าวถึงมิตินิเวศวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งโครงการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนจำนวนมาก
“หน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมชลประทาน สทนช.ไม่เคยสรุปบทเรียน และทบทวนการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด ล้มเหลว ในอดีตนอกจากจะผลิตโครงการขนาดใหญ่ตอบสนองนักการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์โดยแอบอ้างชาวบ้านเป็นตัวประกันของโครงการเรากลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำโมง อ.สุวรรณคูหา จะปกป้องผืนแผ่นดินของเราด้วยชีวิต และจะคัดค้านโครงการผันน้ำโขงเลยชีมูล จนถึงที่สุด”แถลงการณ์ ระบุ