สาวแจ้งความเท็จว่ารถหายตร.จับพิรุธสารภาพหมด เพียงเอารถไปซ่อนแฟนที่กำลังจะเลิกเท่านั้น

ภูมิภาค19 ต.ค. 2565 • 17:16 น.โดย  สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์
สาวแจ้งความเท็จว่ารถหายตร.จับพิรุธสารภาพหมด เพียงเอารถไปซ่อนแฟนที่กำลังจะเลิกเท่านั้น

จากกรณีที่ เพจสปอร์ตไลท์บางปู ได้โพสต์ รูปภาพ พร้อม ข้อความ ว่า อย่าหาทำ เรื่องรถยนต์หายที่ตำหรุ ตำบลบางปูใหม่ สาวแจ้งความเท็จและใช้สื่อโซเซียลจนทำให้คนหลงเชื่อและช่วยกันติดตามรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานิว่า เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 เวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางปู ได้รับแจ้งจาก นางสาว เอ๋  นามสมมุติ แจ้งว่า ได้จอดรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ มิราจ สีเหลือง แผ่นป้ายทะเบียน 2 ขย 9206 กทม  จอดไว้ที่ตำหรุ  บริเวณตลาดมุมอร่อย ทางเข้าหมู่บ้านทรัพย์บัวหลวง ตำบลบางปูใหม่ ได้ลืมเอากุญแจออกจากรถยนต์ แล้วรถยนต์ได้หายไป

ต่อมา พ.ต.อ. พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผู้กำกับ สภ.บางปู  กำชับ เจ้าหน้าที่ชุดสืบ สภ.บางปู เร่งติดตามและพบรถริมถนน ข้างสนามฟุตบอล ภายใน หมู่บ้านซิตี้วิลเลจ หมู่ 2 ต.บางปูใหม่  และ ได้ทำการติดต่อ นางสาว เอ๋ มา ที่ สภ.บางปู ก่อนจะพบพิรุธจึงเค้นสอบ และ นางสาวเอ๋ ยอมรับว่าสร้างเรื่อง ขึ้นมา รถไม่ได้ถูกขโมยแต่อย่างใด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ แก่เจ้าพนักงาน ซึ่ง อาจทำให้ ผู้อื่น หรือ ประชาชน เสียหาย พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางปู ได้รับแจ้งจาก หญิงสาว แจ้งว่า ได้จอดรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ มิราจ สีเหลือง จอดไว้ที่ตำหรุ  บริเวณตลาดมุมอร่อย ทางเข้าหมู่บ้านทรัพย์บัวหลวง ตำบลบางปูใหม่ ได้ลืมเอากุญแจออกจากรถยนต์ แล้วรถยนต์ได้หายไป หลังจากรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ทีเกิดเหตุ พร้อม ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ จากการดูกล้องวงจรปิดไม่พบเห็นว่ามีรถคันดังกล่าวมาจอดตอนเกิดเหตุ ก่อนจะค้นหาจนพบรถคันดังกล่าว ที่ข้างสนามฟุตบอล ภายใน หมู่บ้านซิตี้วิลเลจ หมู่ 2 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ มากนัก

จึงสอบถามผู้เสียหายก็พบว่ารถไม่ได้หายจริง แต่ต้องการที่จะเอารถคันดังกล่าวหลบแฟน คือจะเลิกกับแฟน คิดอะไรไม่ออกก็เลยมาแจ้งความ เพื่อจะเอารถเป็นของตนเองคนเดียว จากผู้เสียหายกลายเป็นผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และ ขอฝากเตือนกับผู้ที่จะทำแบบนี้ เหตุไม่เกิดแล้วมาแจ้ง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง อะไรก็แล้วแต่ที่แจ้งความเท็จไม่สำควรอย่างยิ่ง จากผู้เสียหายจะกลายเป็นผู้ต้องหา และมีการแชร์ในโซเซียล ทำให้ประชาชนที่เป็นพลเมืองดีได้ช่วยกันแชร์ข้อมูล เพื่อค้นหารถ ก็กลายเป็นว่าแทนที่จะช่วยแชร์เรื่องที่เกิดขึ้นจริงก็กลายเป็นเสียเวลา ส่วนโทษแจ้งความเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 พันบาท หรือ โทษทั้งจำและปรับ