นายอำเภอแม่สะเรียง เร่งจัดระบบช่วยเหลือชาวเมียนมาหนีสงคราม
ทัพเมียนมาส่งกำลังเสริมหลายร้อย หลังเพลี่ยงพล้ำถูกยึดฐานในรัฐคะเรนนีติดแดนแม่ฮ่องสอน ส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิด ประธาน KNPP เชื่อถูกเอาคืนแน่ ห่วงชาวบ้านแนวชายแดน นายอำเภอแม่สะเรียงเร่งจัดระบบช่วยเหลือมนุษยธรรม
วันที่ 18 มิ.ย.66 นายคูอูเหร่ (Khu Ou Reh) ประธานพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (Karenni Progressive Party -KNPP) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวชายขอบถึงสถานการณ์การสู้รบในรัฐคะเรนนี ทำให้มีชาวบ้านกว่า 3 พันคนหนีภัยการสู้รบเข้ามาหลบอยู่ฝั่งไทยด้าน อ.แม่สะเรียง และ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอนว่า หลังจากกองกำลังร่วมของกองทัพคะเรนนี (Karenni Army) กองกำลังประชาชนคะเรนนี (KPDF) ได้ปฏิบัติการยึดฐานของเมียนมา ได้อย่างน้อย 3 แห่ง ล่าสุดเวลานี้กองทัพพม่าได้พยายามส่งกำลังพลเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางบก คือมาทางเมืองลอยก่อ และบอลาเค ส่วนฐานที่อยู่ห่างไกล ใกล้ชายแดนไทย คือแม่แจ๊ะ (Mese) ได้มีการส่งกำลังทหารเข้ามาทางเฮลิอคอปเตอร์
“คาดว่าทหารเมียนมาจะโจมตีซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อีกอย่างแน่นอน สถานการณ์ของประชาชน ค่อนข้างน่าเป็นห่วง หากมีการโจมตีก็อาจทำให้ประชาชนต้องหนีภัยความตายมายังชายแดน ซึ่งหลายวันที่ผ่านมาก็มีเครื่องบินมาวนเพื่อทิ้งระเบิด และการโจมตีโดยกองทัพเมียนมาอาจเกิดขึ้นทีจุดอื่นๆ อีกด้วย” นายคูอูเหร่ กล่าว
ด้านนายโกเหร่ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรประชาสังคมคะเรนนี (KCSN) กล่าวว่าขณะนี้ได้มีการประเมินสถานการณ์ผู้อพยพที่ชายแดนไทย เนื่องจากมีการส่งกองกำลังทหารเมียนมาเข้ามาเพิ่มอีกหลายร้อยราย โดยส่วนใหญ่มาจากเมืองหลวงที่ลอยก่อ ตรงเข้ามายังเมืองผาซอง ริมแม่น้ำสาละวิน และข้ามสะพานแม่น้ำสาละวินมายังฝั่งตะวันออก ใกล้พรมแดนไทย
“คาดว่ากองทัพเมียนมาจะมีการโจมตีประชาชนเพิ่มขึ้นอีกในสัปดาห์หน้า ซึ่งตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายในของรัฐคะเรนนีที่เครือข่ายฯ ได้สำรวจ พบว่ามีสูงถึง 202,115 คน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นายโกเหร่ กล่าว
นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา นายอำเภอแม่สะเรียงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมประชุมโดยมีการประเมินสถานการณ์การสู้รบในรัฐคะเรนนีซึ่งคาดว่าจะมีชาวบ้านจากฝั่งรัฐคะเรนนี้หนีภัยการสู้รบเข้ามาหลบในฝั่งไทยเพิ่มขึ้น และน่าจะอยู่อีกพักใหญ่ อย่างไรก็ตามปัญหาในตอนนี้คือเรื่องที่พักอาศัย ห้องน้ำ น้ำดื่ม น้ำใช้ อาหาร และการเจ็บป่วย
นายสันติพงษ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยซึ่งตอนนี้ทหาร ฝ่ายปกครอง ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสร้างที่พักชั่วคราว และประสานไปยังกรมชลประทานเพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องการดูระบบน้ำ ขณะเดียวกันจะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยร่วมโดยมีสภากาชาด อ.แม่สะเรียง เป็นแกนหลัก นอกจากนี้จะมีการจัดระบบข้อมูลเรื่องสิ่งของที่จำเป็น ระบบการขนส่งเพราะศูนย์พักพิงชั่วคราวนี้อยู่ไกลและเส้นทางยากลำบาก โดยจะทำแผนความร่วมมือกันต่อไป
นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอแม่สะเรียง กล่าวว่าชาวบ้านเริ่มทะลักเข้ามาจำนวนมากจากที่คิดไว้หลักร้อย แต่วันนี้มากว่า 3 พันคนแล้ว ทางการพยายามให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยสร้างที่พักชั่วคราวเพื่อแยกผู้หนีภัยจากบ้านชาวบ้านท้องถิ่นเพราะจัดระเบียบให้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันในเรื่องของข้าวของบริจาคได้รับมอบหมายจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า กรณีที่มีผู้มาบริจาคข้าวของให้มาแจ้งได้ที่กิ่งกาชาดแม่สะเรียง ซึ่งเขาจะแจ้งไปทางทหาร หากอนุญาตก็จะมีการทำทะเบียนและอนุญาตให้นำข้าวของขึ้นไปบริจาค ซึ่งเรื่องนี้ต้องประสานกับทหารตลอด หากไม่ผ่านกิ่งกาชาด ทหารจะไม่ให้ขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยระยะทางที่ไกลและเดินทางลำบาก อนาคตอาจไม่ให้ผู้บริจาคต้องเข้าไปเอง
“สำหรับผู้หนีภัยที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กและผู้ป่วย ตอนนี้มูลนิธิฯ และองค์กรต่างๆ ได้นำข้าวของมาบริจาคเสริมตลอด เราทยอยเอาไปให้อยู่เรื่อยๆ ทั้งนมกล่อง และยารักษาโรค มีการดูแลผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เรามีทีมสาธารณสุขดูอยู่ และยังมีการจัดทีมเข้าไปดูแลสุขภาพ ส่วนอาหารการกินยังพอเพียงอยู่ และมีการประเมินกันทุกๆสองวัน ”นายสุรเชษฐ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประเมินว่าอาจมีผู้หนีภัยเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเรื่อยๆ จะรองรับได้หรือไม่ นายอำเภอแม่สะเรียง กล่าวว่า คงต้องประเมินสถานการณ์เป็นครั้งๆ ไป จริงๆ แล้วพื้นที่รองรับไม่เพียงพอ แต่เราพยายามทำให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่าเรื่องระบบสาธารณูประโภคจะเพียงพอหรือไม่ นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตอนี้มีองค์กรเอกชนช่วยเหลือ เรื่องการจัดทำห้องสุขา ขณะที่กรมชลประทานได้หาแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ลำห้วยต่างๆ มีการบริจาคถังเก็บน้ำ และกำลังดูน้ำประปาภูเขา สวนน้ำดื่มนั้นใช้น้ำขวดที่ได้รับบริจาคเป็นหลัก
สำหรับปัญหาที่หลายคนเป็นห่วงเรื่องโรคระบาด เช่น มาลาเรีย นั้น นายอำเภอแม่สะเรียง กล่าวว่า ได้มีทีมควบคุมโรคขึ้นดูแลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยฉีดพ่นยาไล่ยุงที่หากินช่วงหัวค่ำ และแจกยาทากันยุงที่ได้รับจากเหล่ากาชาดแม่ฮ่องสอน รวมทั้งมุ้งที่มีผู้บริจาคทยอยมาเรื่อยๆ กำลังนำเข้าไป
ขณะที่สำนักข่าวออนไลน์ของเมียนมา Khit Thit Media รายงานว่า ที่เมืองขิ่นอู ภาคสะกาย ตอนกลางของพม่า ตั้งแต่เช้าตรู่ เวลาประมาณ 5.30 น. กองทัพพม่าได้บุกยิงและเผาบ้านเรือน ส่งผลให้ประชาชนชาวเมียนมากว่า 4,000 คนจากกว่า 8 หมู่บ้านต้องพากันหอบลูกจูงหลานหลบหนีออกจากพื้นที่ โดยบางส่วนต้องใช้เกวียนขนข้าวของหนีตายเนื่องจากตกอยู่ในสภาพยากลำบาก
สำนักข่าวเมียนมารายงานว่า ชาวบ้านเล่าว่าว่ากองทัพพม่าบุกโจมตีหมู่บ้านของตน และเผาบ้านเรือนประชาชน ทหารเมียนมาผู้ก่อการร้าย 200 นายเดินทัพเข้าสู่เมืองขิ่นอู เปิดฉากยิงด้วยอาวุธขนาดเล็กและใหญ่ และโจมตีเมืองโดยทหารเมียนมาได้จับชาวบ้านบางคนเป็นตัวประกันด้วย