อนาถ! หญิงชราวัย 62 กระโดดน้ำฆ่าตัวตายศาลาท่าจอดแพริมน้ำแม่กลองใกล้จวนผู้ว่าฯ กาญจน์ เหตุเพราะเครียดปัญหาหนี้สินรุมเร้า

ภูมิภาค4 ก.ค. 2564 • 17:55 น.
อนาถ! หญิงชราวัย 62 กระโดดน้ำฆ่าตัวตายศาลาท่าจอดแพริมน้ำแม่กลองใกล้จวนผู้ว่าฯ กาญจน์ เหตุเพราะเครียดปัญหาหนี้สินรุมเร้า
อนาถ! หญิงชราวัย 62 กระโดดน้ำฆ่าตัวตายศาลาท่าจอดแพริมน้ำแม่กลองใกล้จวนผู้ว่าฯ กาญจน์ เหตุเพราะเครียดปัญหาหนี้สินรุมเร้า​ เหตุเกิดต่อหน้าต่อตาหลานชายวัย 30 ที่พยายามห้ามปรามขัดขวางแต่ไม่เป็นผล ร่างจมหายไปในกระแสน้ำไหลเชี่ยว เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของมูลนิธิ หลังทราบเรื่อง วิ่งวุ่นขับรถเปิดสัญญาณไฟว๊าบๆไปยังจุดเกิดเหตุ ทำเอาพ่อเมืองกาญจน์ และนายกเหล่ากาชาดฯ ต้องออกมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ อส.เปิดไฟฟ้าส่องสว่างทั่วบริเวณเพื่อให้นักประดาน้ำทำการงมค้นหาร่างหญิงชราได้อย่างสะดวก จนกระทั่งพบศพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น.ของวันที่ 4 ก.ค.64 ร.ต.ท.อัศวิน อ่องวงศ์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ว่ากรณีเกิดเหตุหญิงชรากระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย เหตุเกิดบริเวณท่าจอดแพริมแม่น้ำแม่กลองใกล้ๆ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี(หลังใหม่)ตั้งอยู่พื้นที่บ้านดงกะเบา หมู่ 12 ต.ปากแพรก อ.เมืองฯ เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.30 น.นั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำชุดชลกาญจน์ และชุดสายธาร ทั้ง 2 ชุดของมูลนิธิฯ ได้ทำการลงงมค้นหาร่างหญิงชรารายนี้เอาไว้ได้แล้ว กำลังนำขึ้นฝั่งเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ให้มาทำการชันสูตรพลิกศพ หลังทราบเรื่องจึงรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ ให้มาร่วมทำการชันสูตรพลิกศพ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตสอบสวนทราบชื่อนางเฉลี่ย ห้วงหาญ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/1 ถนนแสงชูโต ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เบื้องต้นจากการตรวจสอบสภาพศพผู้ตายไม่พบว่าบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย สาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากขาดอากาศหายใจ จากการสอบสวนปากคำนายพีรพล มาช่วย อายุ 30 ปี หลานชายของผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์ ตอนผู้เป็นป้าคิดสั้นกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายครั้งนี้เล่าว่า" ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางเฉลี่ย ผู้เป็นป้าได้ขี่รถจักรยาน 2 ล้อปั่นหายออกจากบ้านไป ตนได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อสอบถามว่าป้าอยู่ไหน บางครั้งโทรศัพท์ของป้าก็ติดต่อได้มั่ง ไม่ได้มั่ง จนกระทั่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อหาป้าและสอบถามว่า อยู่ที่ไหน ป้าบอกว่่า นั่งเล่นอยู่ที่ศาลาริมแม่น้ำแม่กลองตรงท่าจอดแพใกล้ๆ กับจวนผู้ว่าฯ ตนจึงรีบขี่รถ จยย.ไปหา ก็พบว่านั่งเล่นอยู่ที่ศาลา ตนจึงเดินเข้าไปพูดคุยและพยายามพูดจาหว่านล้อมให้ผู้เป็นป้ากลับบ้าน แต่ป้าไม่ยอมกลับ บอกว่ามันถึงเวลาของป้าแล้ว ป้าบอกอยากกินเป็ปซี่ ขอให้ตนช่วยไปซื้อให้หน่อย ตนจึงขี่รถออกไปซื้อนำมาให้ ป้ากินได้เพียงนิดเดียว ป้าก็เดินไปที่ริมตลิ่งข้างแม่น้ำ และพูดว่ามันถึงเวลาของป้าแล้ว ตนพยายามวิ่งตามไปพูดจาห้ามปรามขอร้องว่าอย่าทำอย่างนี้ แต่ป้าไม่ฟัง ตนจึงเข้าไปดึงเสื้อของป้าซึ่งกระโดดลงไปในแม่น้ำ แต่เสื้อหลุดมือ ร่างของป้าได้จมหายไปในแม่น้ำต่อหน้าต่อตา ที่กระแสน้ำกำลังไหลเชี่ยว แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงร้องตะโกนให้คนที่ตกปลาอยู่แถวนั้นช่วย แต่ก็ไร้ผล เพราะร่างของป้าจมหายไปแล้ว ตนจึงรีบโทรศัพท์เล่าให้ญาติที่เป็นตำรวจวังโพ อ.ไทรโยคฯ ฟัง เขาเลยโทรศัพท์แจ้งเหตุมาที่ศูนย์วิทยุ 191 จากนั้นตำรวจจึงสั่งการให้ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำชุดชลกาญจน์ของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ทำการงมค้นหาร่างจนกระทั่งพบศพ ส่วนสาเหตุที่ป้าคิดสั้นครั้งนี้ นายพีรพลเล่าไปร้องไห้ไป สืบเนื่องจากที่ผ่านมาป้ามีอาชีพรับจ้างทำงานทั่วไป ใครจ้างให้ทำอะไรก็ทำ แต่มาติดปัญหาโรคโควิดระบาด จึงตกงานไ่ม่มีใครจ้าง แถมเป็นหนี้เป็นสินจำนวนมาก จึงทำให้ป้าคิดมากจนเกิดความเครียดมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เคยคิดสั้นฆ่าตัวตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตนและญาติๆ สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบศพให้มูลนิธิฯ นำร่างหญิงชรารายนี้ไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ฯ เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับศพไปจัดการตามประเพณีทางศาสนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของมูลนิธิฯ ได้นำกำลังเดินทางไปยังที่บริเวณศาลาท่าจอดแพริมแม่น้ำกลอง เพิ่อทำการงมค้นหาร่างผู้เสียชีวิต โดยรถกู้ชีพและรถขนอุปกรณ์การดำน้ำของมูลนิธิฯได้ขับรถเปิดสัญญาณไฟว๊าบๆิเข้าไปจอดบริเวณลานจอดรถใกล้เคียงหน้าจวนผู้ว่าฯ(หลังใหม่)นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนางรชยา ภูมิสวัสดิ์ นายกเหล่ากาชาดกาญจนบุรี ต่างแปลกใจที่อยู่ๆ ก็มีรถของมูลนิธิเปิดสัญญาณไฟวิ่งเข้ามาจอด จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ อส.ประจำจวนฯ ไปสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนายกเหล่ากาชาดฯ ทราบเรื่องจึงเดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์การปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ อส.เปิดไฟฟ้าส่องสว่างรอบๆ บริเวณเพื่ออำนวยความสะดวกในการงมค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจนกระทั่งพบศพหญิงชราดังกล่าว