พ่อแม่ร้องตามหาลูกสาววัย 14 ถูกนายจ้างพาตัวไปหลบอยู่ที่พัทลุงแจ้งความตามหาพบเบาะแส

ภูมิภาค17 ก.ค. 2565 • 17:53 น.
พ่อแม่ร้องตามหาลูกสาววัย 14 ถูกนายจ้างพาตัวไปหลบอยู่ที่พัทลุงแจ้งความตามหาพบเบาะแส

เหตุการณ์พ่อแม่เข้าร้องตามหาบุตรสาวอายุเพียง 14 ปีถูกนายจ้างหนุ่มพาหายตัวไปจากบ้านในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จี้ ตร.เร่งตามหาหลังพบไปหลบอยู่ที่พัทลุง แต่เรื่องราวกลับไม่คืบ

วันที่ 17 กรกฎาคม 2565 นายหนึ่ง อายุ 43 ปี นางเกศ อายุ 35 ปี พ่แอและแม่ของ เด็กหญิง อายุ 14 ปีอาศัยอยู่ย่านซอยรัชฎาการาจ ตำบลคลัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช   ได้เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวเพื่อขอให้ติดตามลูกสาว อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ที่ทั้งสองระบุว่าได้ถูกนายจ้างชื่อ “หมู” อายุประมาณ 30 ปี พื้นเพเดิมเป็นชาวพัทลุง แต่มาซื้อบ้านอาศัยอยู่ไม่ห่างจากบ้านของพ่อแม่เด็กหญิงรายนี้มากนัก นายหมูได้นำตัวเด็กหญิงอายุ 14 ลูกสาวหายตัวไป โดยไม่ทราบว่าไปอยู่ในพื้นที่ใด แต่เบาะแสล่าสุดนั้นทราบว่าได้ไปอาศัยอยู่ในย่านอำเภอหนึ่ง ของจังหวัดพัทลุง  ซึ่งได้แจ้งเจ้าหน้าที่ไปแล้วพร้อมทั้งมีหลักฐานในการแชทมาขอความช่วยเหลือจากลูกสาว แต่ไม่มีความคืบหน้าใดจนกังวลถึงความปลอดภัยอย่างมาก

นายหนึ่ง และนางเกศ สองสามีภรรยา บิดาและมารดาของเด็กหญิงอายุ 14 ปี รายนี้ได้เล่าให้ฟังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเริ่มจากวันที่ 10 กรกฎาคม 2565 ทราบว่าลูกสาวได้หายตัวไปแต่เข้าใจว่าไปทำงานอยู่กับบ้านของนายจ้างของครอบครัวตนเอง จนกระทั่งทราบว่านายจ้างคือนายหมู อายุ 29 ปี ซึ่งอยู่บ้านห่างกันไปราว 10 นาทีเท่านั้นเป็นผู้พาตัวไป จึงไปติดตามที่บ้านของนายหมูแต่ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน จนกระทั่งวันที่ 12 กรกฎาคม ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช มีพนักงานอบสวน สภ.เมืองเป็นผู้รับแจ้งความ มีการสอบปากคำไปแต่ไม่ได้รับเอกสารใดๆกลับมา จนกระทั่งวันที่ 14 กรกฎาคม ได้รับแชททางโทรศัพท์จากลูกสาวขอความช่วยเหลือให้มาช่วยพากลับบ้านด้วยเกรงกลัวน้าหมูที่มีอารมย์ร้าย พร้อมกันนั้นไดพ้ปักหมุดแผนที่มาให้ ส่วนโทรศัพท์นั้นทราบว่าได้ขโมยโทรศัพท์จากเพื่อนคนหนึ่งของนายหมูมาใช้ แต่ภายหลังไม่สามารติดต่อใดๆได้อีก

สองสามีภรรยายังระบุด้วยว่าหลังจากที่ได้รับแชทขอความช่วยเหลือ ได้นำหลักฐานทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเร่งติดตามหาตัวลูกสาว ซึ่งได้มีการพิมพ์เอกสาร แล้วบอกว่าจะแขจ้งไปให้ทางตำรวจพัทลุง ไปติดตามแต่หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆจากเจ้าหน้าที่ จนไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว

ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นสองสามีภรรยาระบุว่าเหมือนถูกกัดดันอย่างหนักจากครอบครัวของฝ่ายชายเนื่องจากเป็นนายจ้างของครอบครัวตนเอง ฝ่ายชายเป็นคนอารมย์ร้ายเคยมาอาละวาดที่บ้าน ก่อนหน้านี้ราว 2 เดือนเศษ ได้บอกว่าจะพาลูกสาวของตนเองไปทำงานทำขนม งานบ้าน ซึ่งเป็นรายได้พิเศษของลูกในการไปเรียนหนังสือ แต่กลับพาไปเข้ารีสอร์ทแห่งหนึ่งในตำบลปากพูน ตนมาทราบภายหลังจากเห็นความผิดปกติของลูกจึงคาดคั้นถามจนทราบว่าลูกถ่วงล่วงละเมิดแล้ว แต่หลังจากนั้นได้มีการเข้ามาพูดคุยทั้งจากแม่ของฝ่ายที่นำลูกไป รวมทั้งนายหมูเอง อ้างว่าจะมาคุยให้เป็นเรื่องเป็นราวและจะมาสู่ขอแต่ทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัวอย่างรอบด้าน และท้ายที่สุดจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากสื่อรวมทั้งจะดำเนินคดีกับนายหมู ให้ถึงที่สุด ส่วนฝ่ายชายนั้นเป็นคนที่เดิมนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว มีลูก 2 คน แต่ทราบว่าภรรยาได้เลิกราและหนีไป แต่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือขอให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามลูกกลับมาให้เร็วที่สุดเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย