ม.ราชภัฏโคราชเปิดโลกดึกดำบรรพ์ฟอสซิลเฟสติวัล ครั้งที่ 6 “ 100 ปี การอนุรักษ์ไม้กลายเป็นหินและช้างไทยสมัยรัชกาลที่ 6 ” สานฝันเมือง 3 มงกุฎยูเนสโก

ภูมิภาค17 พ.ย. 2564 • 14:45 น.
ม.ราชภัฏโคราชเปิดโลกดึกดำบรรพ์ฟอสซิลเฟสติวัล ครั้งที่ 6 “ 100 ปี การอนุรักษ์ไม้กลายเป็นหินและช้างไทยสมัยรัชกาลที่ 6 ” สานฝันเมือง 3 มงกุฎยูเนสโก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่โรงแรมแคนทารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (มร.นม.) นางสาววัชรี ชูรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐินี ทองดี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมแถลงการจัดงานฟอสซิลเฟสติวัล ครั้งที่ 6 : 100 ปี แห่งการอนุรักษ์ไม้กลายเป็นหินและช้างไทยจากสมัยรัชกาลที่ 6 Fossil Festival VI : 100 Years of Petrified Wood and Elephant Conservation from the Reign of King Rama VI กำหนดขึ้นวันที่ 4-10 ธันวาคม นี้ ที่สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีกิจกรรมเสวนาวิชาการบรรพชีวิน “100 ปี อนุรักษ์วิจัยฟอสซิลไทยในโคราช” “ฟอสซิลแห่งสยามกับการอนุรักษ์” “โคราชมหานครแห่งบรรพชีวินโลก” ชมนิทรรศการ “โคราช มหานครแห่งบรรพชีวินโลก” “ไม้กลายเป็นหินแปลก” การนำเสนอผลงานวิชาการ “ร่วมเรียนรู้สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์กับนักวิจัย” “พิพิธภัณฑ์ฟอสซิลเพื่อการนันทนาการและการเรียนรู้” การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ รวมทั้งกิจกรรมผ่านระบบ Hybrids “ทัวร์เที่ยวทิพย์ท่องเที่ยวมหานครแห่งบรรพชีวิน พบเรื่องราวตื่นตาตื่นใจ เช่นตอนไดโนเสาร์สิรินธรน่าโคราชเอนซิสและสยามแรปเตอร์สุวัจนติ “เติมสีสันให้ช้าง” กิจกรรมท่องเที่ยวไปในพิพิธภัณฑ์ กิจกรรม DIY By Khorat fossil Museum เปิดพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และการแสดงสินค้าชุมชนและชม ซ็อป ชิม ผลผลิตทางการเกษตร “ไม้หินกรีนมาร์เก็ต” ผลงานทางศิลปะ Thailand Art Biennale 2021 ผศ.ดร.อดิศร อธิการบดี มร.นม. เปิดเผยว่า โคราชบ้านเรามีทรัพยากรธรรมชาติโดดเด่นระดับประเทศแต่อยู่ในสถานะวิกฤติ คือ ทรัพยากรฟอสซิลไม้กลายเป็นหิน มร.นม.จึงได้ตั้งสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีให้เป็นหน่วยงานเทียบเท่าคณะตั้งแต่พ.ศ. 2547 เพื่อศึกษาวิจัย อนุรักษ์และให้บริการวิชาการด้านฟอสซิลไม้กลายเป็นหิน ผลการดำเนินงานพบฟอสซิลหลายชนิด โดยเฉพาะฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์ ไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมยุคจนเกิดการพัฒนาใหม่เป็นพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์และตีพิมพ์ผลงานวิจัยการพบฟอสซิลสัตว์พันธุ์ใหม่ของโลก 10 ชนิด กลายเป็นจุดแข็งและมีความสำคัญทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ จนกระทั่งองค์การยูเนสโกยอมรับให้เป็น Aspiring UNESCO Global Geopark รอรับการประเมินภาคสนามและรับการพิจารณาเป็นจีโอพาร์คโลก ตั้งแต่ พ.ศ. 2563 แต่สถานการณ์โควิด-19 จึงเลื่อนการประเมิน 2 ปี อย่างไรก็ตามบทบาทของจีโอพาร์ค ในปัจจุบันได้รับการรับรองจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็น National Geopark แห่งที่ 2 ต่อจากสตูลจีโอพาร์ค เป้าหมายให้ประชาชนท้องถิ่นได้รับการพัฒนามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนและเป็นไปตามแนวทางของจีโอพาร์ค โดยบูรณาการเพื่ออนุรักษ์ ศึกษา วิจัยและพัฒนาด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบ Geotourism กับมรดกทางธรณีวิทยาเชื่อมโยงกับมรดกทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม โดยชุมชนเจ้าของแหล่งหรือใกล้แหล่งท่องเที่ยวในจีโอพาร์คเป็นผู้ให้บริการรวมทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เอกลักษณ์อัตลักษณ์ของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับจีโอพาร์ค ทั้งนี้ฟอสซิลหรือซากดึกดำบรรพ์ นับเป็นก้าวสำคัญของโคราชได้ค้นพบและอนุรักษ์ครบรอบ 100 ปี จากหลักฐานเชิงประจักษ์คืออนุสรณ์สถานไม้กลายเป็นหิน ร.6 จึงเป็นโอกาสดีในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างความเข้าใจเรื่องซากดึกดำบรรพ์ กระตุ้นให้ชาวโคราชตระหนักในความสำคัญนำมาต่อยอดเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก SDGs รวมทั้งสนับสนุนให้โคราชได้รับการรับรองจากยูเนสโกเป็นจีโอพาร์คโลกและก้าวสู่ความเป็นมหานครแห่งบรรพชีวินเมืองหนึ่งของโลก “การพัฒนาพื้นที่ในส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวครอบคลุมพื้นที่ 32 อำเภอ โดยพื้นที่โคราชจีโอพาร์ค ประกอบด้วยอำเภอสีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อ.เมือง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ กำลังรอการประเมินเป็นจีโอพาร์คโลกโดยองค์การยูเนสโก เพื่อให้โคราชเป็นเมืองแห่ง 3 มงกุฎยูเนสโก หรือ The UNESCO Triple Crown แห่งที่ 3 ของโลก” ต่อจากเกาะเชจูจีโอพาร์ค เกาหลีใต้ และเฉินหนงเจี้ยจีโอพาร์ค ประเทศจีน” อธิการบดี มร.นม. กล่าว