ตร.ขอนแก่น เร่งล่าอดีตพ่อเลี้ยง หลังลูกสาวร้องขอความช่วยเหลือ

ภูมิภาค6 ม.ค. 2566 • 15:24 น.โดย จักรพันธ์ นาทันริ
ตร.ขอนแก่น เร่งล่าอดีตพ่อเลี้ยง หลังลูกสาวร้องขอความช่วยเหลือ

วันที่ 6 ม.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านโคกสี ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.ปนัดดา (ขอสงวนนามสกุล) หรือขิม อายุ 24 ปี  ซึ่งได้โพสต์ขอความช่วยเหลือในกลุ่มเพจเฟสบุ๊ก "ที่นี่ขอนแก่น" โดยมีข้อความระบุว่า สมาชิกขอความช่วยเหลือมาค่ะ สามีเก่าแม่เมายามาแล้วมาทำร้ายร่างกายหลายครั้ง (เลิกกันเพราะแม่ถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด) วันนี้ถือมีดมาจะแทงคนที่บ้านและคนที่สัญจรไปมา มีเพื่อนของผู้เสียหายมาหาที่บ้าน ก็ไปแทงเค้า แต่เค้าหลบหนีออกมาได้ แจ้งความแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า ทุกวันนี้ไม่กล้าออกไปไหนกันเลย ต้องหลบอยู่แต่ในบ้าน กลางคืนก็ไม่ได้หลับได้นอน เพราะเค้าขู่ว่าจะมาเอาภรรยากลับไปให้ได้ เค้ามาแอบดูทุกวัน วันนี้ก็โทรไปแจ้งความที่ สภ.เมืองไหม ต.โคกสี เพราะคนร้ายถือมีดขู่ทำร้าย พอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ คนร้ายก็หนีไปแล้ว เหลือแต่มีดกับรถมอเตอร์ไซค์ ที่สมาชิกขอความช่วยเหลือมาคือ คนร้ายก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน แจ้งความก็หลายครั้งแล้ว แต่ทำไมไม่จับคนร้ายไปซะที จนวันนี้ถือมีดจะมาทำร้าย จนได้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนตามคลิปเลยค่ะ มีใครพอจะแนะนำได้มั้ยคะ ว่าควรทำยังไง หรือมีผู้หลักผู้ใหญ่ท่านไหนพอจะช่วยเหลือได้บ้างมั้ย ผู้เสียหายเดือดร้อนมากค่ะ”

น.ส.ปนัดดา กล่าวว่า คุณแม่คือนางสายชล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี เลิกกับบิดามานานมากแล้ว ต่อมามารดาได้รู้จักกับนายสถิต (ขอสงวนนามสกุล) หรือแคท อายุประมาณ 35-40 ปี คนหมู่บ้านเดียวกัน และอยู่กินกันนานประมาณ 12 ปี  แต่ตลอดเวลาที่มารดาอยู่กินกับนายแคท ตนและน้องชายถูกป้านำมาเลี้ยงและอยู่ด้วยกันที่ร้านขายโลงศพจุดเกิดเหตุ เพราะตลอดเวลาที่มารดาอยู่กินกับนายแคท มารดาถูกทำร้ายทุกวัน  แต่มารดาไม่ยอมเลิก

“ตอนอายุ 14 ปี นายแคท ทะเลาะกับมารดา แต่เอามีดวิ่งมาแทงตน โชคดีที่ป้าอุ้มหนีออกมาได้ทัน ไม่เช่นนั้น อาจจะถูกนายแคทแทงตายไปแล้ว จึงได้ขอร้องให้มารดาเลิก แต่มารดาไม่ยอมเลิก จนกระทั่งปีที่ผ่านมามารดาจึงตัดสินใจเลิกกับนายแคท และมาอยู่กับครอบครัวที่ร้านขายโลงศพ ซึ่งหลังจากเลิกกัน นายแคทก็บุกรุกเข้ามาที่ร้านขายโลงศพในเวลากลางคืน โดยในช่วงเดือน พ.ย.65 ได้ทำร้ายร่างกายมารดา จนบาดเจ็บทั้งตัว มารดาจึงเข้าแจ้งความให้ตำรวจจับนายแคท ส่วนป้าก็แจ้งความจับนายแคท ในข้อหาบุกรุก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่งมาเกิดเหตุซ้ำเมื่อคืนวันที่ 5 ม.ค.66  นายแคท ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้าน ในมือถืออาวุธมีดปลายแหลม บุกเข้าไปในร้าน และพยายามพังประตู  โดยใช้มีดปลายแหลมแทงที่บานประตู จนเป็นรู 4 รู เพื่อเข้าไปข้างใน ที่พักอาศัย เพื่อจะเอาตัวมารดาออกมาทำร้าย  โชคดีที่มีเพื่อนบ้านมาช่วย นายแคท จึงหนีไป  อยากร้องขอให้ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดการนายแคทให้ด้วย หรือต้องให้นายแคทฆ่าตนและคนในครอบครัวก่อน”

ขณะที่ นางบุปผา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เจ้าของร้านขายโลงศพ และเป็นป้าของน้องขิม กล่าวว่า นายแคท บุกรุกมาที่บ้านหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมา ไม่มีวงจรปิด  จนกระทั่งปีที่ผ่านมาตัดสินใจติดวงบจรปิด จึงบันทึกภาพขณะนายแคทก่อเหตุเอาไว้ได้ นำไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองไหม แต่ไม่มีการจับกุม เรื่องทุกอย่างเงียบหาย กระทั่งมาก่อเหตุซ้ำขึ้นอีก ก็จะแจ้งความซ้ำอีก อยากให้ตำรวจจับกุมตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมายเพราะเกรงว่านายแคท จะก่อเหตุซ้ำและหนักขึ้นกว่าเดิม

ด้านนางสายชล กล่าวว่า ได้ตัดสินใจ ขอเลิกเด็ดขาด มาขอโทษหรือมาง้อก็จะไม่กลับไปอยู่ด้วยอีก รักลูกและรักตัวเอง ไม่อยากถูกทำร้ายอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่นายแคทเสพยาบ้าน ดื่มสุราเมาจะทำร้ายตลอด จึงขอยืนยันว่า จะไม่คืนดีด้วย

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวไปสอบถามถึงพฤติกรรมของนายแคท กับนางเยาวลักษณ์ แสงใส ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกสี ม.13 หมู่บ้านที่นายแคท มีที่อยู่และพักอาศัยในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า นายแคท ไม่เคยมีประวัติในเรื่องการลักขโมย หรือทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวหรือในหมู่บ้านมาก่อน แต่กรณีการทำร้ายร่างกายอดีตภรรยานั้นเพิ่งทราบ เพราะตนเพิ่งรับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเมื่อไม่นานมานี้ และหากเจ้าของบ้านที่ถูกบุกรุกแล้วมีทรัพย์สินเสียหาย รวมถึงมีการแจ้งความมาก่อนแล้ว และยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ในฐานะผู้นำชุมชนก็จะช่วยประสานงานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ เพื่อดำเนินการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน ได้ใช้ชีวิตที่สงบสุขต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.รัชพล บุญนาค ผกก.สภ.เมืองไหม กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุจากทางโทรศัพท์เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของ สภ.เมืองไหม ก็ลงพื้นที่ไประงับเหตุทันที  แต่พอไปถึงคนก่อเหตุก็หนีไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงมีดและรถจักรยานยนต์คันที่ขับขี่มาก่อเหตุ จึงตรวจยึดเอาไว้ และให้เจ้าองบ้านมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อที่ตำรวจจะได้รวบรวมหลักฐาน และสอบสวนผู้เสียหาย รวมถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อจับกุมนายแคทมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป