ศาลสั่งประหาร! "บังรี" คดีฆ่าแหม่มสวิสฯ
เมื่อวันที่ 15 มี.ค.65 ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อ่านคำพิพากษา คดีระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายธีรวัฒน์ หรือบังฟรี หรือบังรี พ่อทิพย์ จำเลยคดี พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 เวลากลางวัน จำเลยกระทําอนาจาร นางนิโคล โซเว่น ไวส์คอฟฟ์ (Ms.Nicole Sauvan Weisshop) ผู้เสียหาย พยายามข่มขืนกระทำชำเราและฆ่า นางนิโคล ผู้ตาย แล้วชอบเร้นศพของผู้ตายด้วยการนำพลาสติกดำมาปิดคลุมศพและลักเอาเงิน 300 บาท ซึ่งอยู่ใน กระเป๋าของผู้ตายไป และข้อหาจําเลยเพเมทแอมเฟตามีน และเสพกัญชา จำเลยให้การรับสารภาพ โดยข้อเท็จจริง ฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 ก่อนเกิดเหตุจำเลยขึ้นไปบริเวณน้ำตกโตนอ่าวบนเพื่อไปหากล้วยไม้หรือพันธุ์ไม้ป่า ขณะเดินลงมาเห็นผู้ตายซึ่งเป็นหญิงรูปร่างผอมบางผิวขาวใส่เสื้อกล้ามสวมกางเกงขาสั้นนั่งเอาเท้าแช่น้ำอยู่ที่บริเวณ ลําธารนํ้าตกโตนอ่าวชนจําเลยเกิดอารมณ์ทางเพศตั้งใจจะกระทำชำเราผู้ตายจึงเดินเข้าไปใช้ท่อนแขนล็อคคอผู้ตาย เมื่อผู้ตายดิ้นรนต่อสู้จำเลยและผู้ตายตกไปในลำธารผู้ตายพยายามดิ้นรนต่อสู้จำเลยจึงใช้ท่อนแขนรัดคอผู้ตาย อย่างแรงแล้วจับผู้ตายก ศีรษะคว่ำหน้าในลำธารเมื่อผู้ตายหมดสติจำเลยจากผู้ตายขึ้นมาบริเวณริมฝั่งแล้วถอด กางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในของผู้ตายออกเมื่อจำเลยพลิกตัวผู้ตายให้นอนหงายเห็นผู้ตายหน้าเขียวคล้ำลิ้นจุกปาก จําเลยหมดอารมณ์ทางเพศ จำเลยจึงเอาผ้าพลาสติกสีดำซึ่งอยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุมาคลุมตัวผู้ตายแล้วเอาก้อนหิน ทับไว้แล้วค้นกระเป๋าของผู้ตายเอาเงิน 300 บาท ของผู้ตายไป
ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จำเลยใช้แขน ล็อกคอผู้ตายทางด้านหลังเพื่อไม่ให้ผู้ตายขัดขืน ผู้ตายดิ้นรนต่อสู้กระทั่งจำเลยและผู้ตายตกลงไปในลำธาร จำเลย ยังใช้แขนรัดคอผู้ตายและกดศีรษะผู้ตายลงไปในน้ำจนมิดจนผู้ตายหมดสติ จำเลยย่อมเล็งเห็นผลว่า อาจทำให้ผู้ตาย ถึงแก่ความตายได้ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย จึงถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย ศาลจึงพิพากษาว่าจําเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199,254,234 ประมวลกฎหมายยา แพติด มาตรา 104,162 ฐานฆ่าผู้อื่นให้ประหารชีวิต จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ฐานฆ่าผู้อื่นให้จำคุกตลอดชีวิตเมื่อรวมทุกกระทงแล้วให้จำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว ริบของกลาง ยกฟ้องข้อหาพยายามข่มขืนและข้อหากระทำอนาจาร
ในการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ได้มีนายมาร์ค เอมอล โซเว่น สามีผู้ตาย และบุตรชายผู้ตายอีก 5 คน ร่วมฟังคําพิพากษาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผ่านระบบประชุมทางจอภาพผ่านระบบ Google meet จากห้องพิจารณา ของศาลจังหวัดภูเก็ต และได้กล่าวขอบคุณศาลจังหวัดภูเก็ต พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต และเจ้าพนักงานตำรวจ ที่ช่วยกันสืบสวนจับกุมคนร้ายจนได้ตัวจำเลยมาลงโทษ และจังหวัดภูเก็ต ที่อำนวยความสะดวกในการประสานงาน ติดต่อทางญาติของผู้ตาย