ถูกลอยแพแน่นอนแล้ว ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ บริหารล้มเหลว ล่าสุดได้ประกาศ เลิกจ้างเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง มีผลตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม
ถูกลอยแพแน่นอนแล้ว ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ บริหารล้มเหลว ล่าสุดได้ประกาศ เลิกจ้างเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง มีผลตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 แล้ว
จากกรณีที่ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด ได้ประกาศหยุดกิจการชั่วคราว มาตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.พ.ศ.2563 เนื่องจากขาดสภาพคล่อง และการบริหารบ้มเหลว พร้อมกับยังมีอีกหลายๆ ปัจจัย ทั้งราคาผลปาล์มที่มีการรับซื้อกันแพงกว่าปกติ ทำให้ทางชุมนุมสหกรณ์ฯไม่สามารถไปแย่งซื้อแข่งกับโรงงานของเอกชนได้ นอกจากนี้ก็ยังมีในเรื่องของการขายน้ำมันให้กับบริษัทเอกชน แล้วมีการค้างชำระ กว่า 300 ล้านบาท และมีกำหนดเปิด เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมาแต่เมื่อถึงเวลา ชุมนุมสหกรณ์ฯไม่สามารถเปิดกิจการได้ ส่งผลให้พนักงาน กว่า 300 คน ถูกลอยแพ ไม่ทราบว่าตัวเองยังเป็นพนักงานอยู่หรือไม่ เนื่องจากทางผู้บริหารไม่ได้ออกมาชี้แจงใดๆให้ทราบ จนต้องๆไปร้องเรียน ผวจ.กระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ
ล่าสุด ทางชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด ได้ประกาศเลิกจ้างเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ตามมติคณะกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด ชุดที่ 22 ครั้งที่ 16/2564 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 ประกาศ วันที่ 5 เตือนมีนาคม พ.ศ. 2564 ลงนามโดย นายวิรัช ชูเดชา รองประธานคณะกรรมการฯคนที่ 1 ซึ่งประกาศดังกล่าวมีผลให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างพ้นสภาพทันที
คืบหน้า วันที่ 8 มี.ค.64 พ.ต.ท.มล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ ได้มอบหมายให้นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รอง ผวจ.กระบี่ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนพนักงาน ประชุมแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือพนักงานและลูกจ้าง ที่ถูกเลิกจ้าง พร้อมกับลงพื้นที่ให้คำแนะนำ และรับฟังปัญหา พนักงานของชุมนุมสหกรณ์ฯรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่ทำให้ชุมนุมสหกรณ์ ต้องปิดกิจการ สาเหตุหลักมาจากการคอรัปชั่น โกงกินกันภายในสหกรณ์ฯมีการทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งมูลค่าความเสียหาย หลายร้อยล้านบาท พนักงานลูกจ้างไม่มีใครกล้าให้ข้อมูล เกรงกลัวอิทธิพล แม้แต่หน่วยานของรัฐเอง ที่เข้ามาตรวจสอบยังถูกข่มขู่
เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ ไม่มีใครกล้าตรวจสอบ หากว่าจะทำการตรวจสอบและหาตัวผู้กระทำผิดต้องมาจากส่วนกลาง หรือให้ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ เท่านั้น และให้ปลดคณะกรรมการ ชุดที่บริหารอยู่ปัจจุบันออกแล้ว แล้วแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่บริหารแทน เชื่อว่าสามารถทำให้ชุมนุมสหกรณ์ กลับมาเปิดดำเนินกิจการใด้อีกครั้ง ซึ่งนอกจากการบริหารงานที่ทำให้ชุมนุมสหกรณ์ขาดทุนแล้วพบว่ายังพบว่า เงินสะสมของลูก ที่มีการหักไว้ ทุกเดือน คนละ 5-20 เปอร์เซ็นต์ ของเงินดือน มีมูลค่า ประมาณ 30 ล้านบาท หายไปด้วย พนักงานและลูกจ้าง ยังไม่ได้คืนมาแม้แต่บาทเดียว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวไปอยู่ที่ใคร ซึ่งหากมีการตรวจสอบกันจริงๆก็จะพบการทุจริต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รู้ดีแต่ไม่มีใครกล้าตรวจสอบ
///////////////////