ชาวตังเกชายฝั่งมหาชัย ร่วมหารือผู้ช่วยรมต.เกษตรฯ ค้านเรือคราดหอยรุกเข้าพื้นที่ 

ภูมิภาค18 พ.ย. 2566 • 22:58 น.
ชาวตังเกชายฝั่งมหาชัย ร่วมหารือผู้ช่วยรมต.เกษตรฯ ค้านเรือคราดหอยรุกเข้าพื้นที่ 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เทศบาลตำบลบางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นประธานฯ เพื่อเปิดเวทีประชาคมเพื่อรับทราบปัญหาฯ โดยมีการประชุมหารือถึงปัญหาระหว่างชาวประมงพื้นบ้าน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อรับทราบความคิดเห็นในการทำประมงชายฝั่ง (นบ้าน) รวมทั้งสิ้น 2 เรื่อง/ปัญหา โดยมี นายสมบัติ ศิริสมบัติ สนง.ประมงจังหวัดฯ และนางณัฎฐา ชโลมกลาง ตัวแทนจากกองบริหารจัดการทรัพยากรและมาตรการ เข้าร่วม โดยมีตัวแทนกลุ่มชาวเรือประมงพื้นบ้าน ในเขต อ.เมืองสมุทรสาคร ประมาณ 150 คน มาร่วมให้ข้อมูล

 

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เป็นการรับฟังความคิดเห็นและขอมติจากกลุ่มชาวประมงพื้นที่ ก่อนนำข้อสรุปทั้งหมดเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดฯ  ไปประชุมพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 18 ธันวาคม 2566 โดยมีประเด็นปัญหาร่วมพิจารณา 2 เรื่อง คือ (1.) เรื่องการขอยกเลิกประกาศกฏกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับลงวันที่ 7 กันยายน 2553 เรื่องการกำหนดเขตห้ามใช้เครื่องมือที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงหอย (ชนิดสองฝา) ในท้องที่จังหวัดสมุทรสาคร ตามข้อเสนอของชมรมเรือคราดหอยแห่งประเทศไทย 

(2.) เรื่องการกำหนดพื้นที่ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่งจังหวัด ว่าด้วยเครื่องมือประมงประเภทอวนลากทุกชนิดที่ใช้ประกอบเรือกล ยกเว้นอวนลากแมงกระพรุน ตามร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีการทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมง และพื้นที่ทำการประมงในพื้นที่จับสัตว์น้ำในเขตทะเลชายฝัง  

ทั้งนี้โดยประเด็นข้อที่ 1 เป็นข้อเสนอของชมรมเรือคราดหอยแห่งประเทศไทย ที่ต้องการให้ยกเลิกพื้นที่คราดหอยลายตามประกาศกระทรวง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งในประเด็นนี้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านที่เข้าร่วมประชาคมมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่เห็นด้วยให้มีการยกเลิกประกาศดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า หากมีการยกเลิก จะทำให้เรือคราดหอยจากพื้นที่อื่นๆเข้าทำประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจะส่งผลกระทบกับสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ยังคงต้องการพื้นที่อนุรักษ์และอนุบาลให้เติบใหญ่ ก่อนเข้าสู่วงจรของการทำประมง 

ส่วนประเด็นที่ 2 คือ ในการขออนุญาตในการทำประมงพื้นบ้านชายฝั่งโดยใช้อวนลาก ของกลุ่มเรือประมงชายฝั่งพื้นบ้านที่ทำการประมงด้วยเรืออวนรุนเคย (กุ้งตัวจิ๋วสำหรับทำกะปิ) ในช่วงเวลาที่ไม่มีเคยให้ออกทำการประมง เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับชาวประมงพื้นบ้านที่รุนเคยเป็นอาชีพ โดยกลุ่มประมงพื้นที่ยอมรับข้อกำหนดพื้นที่ทำการประมง ณ บริเวณหลังแปลงเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ และขนาดเรือต่ำกว่า 10 ตันกลอส เครื่องยนต์ต่ำกว่า 280 แรงม้า และใช้ตาอวนตามประกาศ ส่วนกำหนดช่วงเวลาในการทำประมงนั้น ทางกลุ่มประมงพื้นบ้านขอหารือกันอีกครั้ง ก่อนส่งเรื่องให้ยังคณะกรรมการประมงประจำ จ.สมุทรสาคร อีกครั้ง
 
“ซึ่งหลังการพุดคุยหารือกันระหว่างกลุ่มชาวประมงเรืออวนรุนเคย ทำให้ทราบได้ว่า ในอดีตชาวประมงพื้นบ้านยังสามารถใช้อวนได้หลายขนาด ที่สอดคล้องกับบริบทของการทำประมงได้ตามฤดูกาล อาทิเช่น การใช้อวนรุนเคย ซึ่งมีตาถี่ในช่วงที่มีเคยเข้ามาหากินตามชายฝั่ง หรือการเปลี่ยนมาใช้อวนตาห่างขึ้นมาอีกนิด ก็เพื่อใช้สำหรับการจับปลาและกุ้งหรือสัตว์น้ำอื่นๆ ในช่วงที่ไม่มีเคย

แต่หลังจากมีประกาศกระทรวง ให้ประมงพื้นบ้านเปลี่ยนมาใช้ได้เฉพาะอวนรุนเคย (กุ้งตัวจิ๋ว) โดยห้ามใช้อวนขนาดอื่นๆในการทำประมง ส่งผลให้ได้รับความลำบากในการประกอบอาชีพ เนื่องจากเคยมีให้จับได้เฉพาะช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งเดือนต่อปี หรืออาจน้อยกว่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำ
 
เมื่อไม่มีเคยให้จับได้ ชาวประมงก็จำต้องใช้เรืออวนรุนเคยซึ่งมีตาถี่มากๆมาจับปลาและสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นอวนไม่มีความเหมาะสม ส่งผลให้อวนขาดบ้าง และเรือจับสัตว์น้ำชนิดอื่นไม่ได้ หรือจับได้น้อยลงมาก ทำให้ไม่คุ้มค่าต้นทุนใช้จ่ายและค่าน้ำมันในการออกเรือหาปลา โดยปัญหาที่อวนรุนนั้นไม่สามารถใช้การได้ก็เพราะ เป็นอวนที่มีตาถี่ ซึ่งเวลาที่ใช้รุนหาปลาจะไม่สามารถใช้ความเร็วของเรือประมงพื้นบ้านได้ เป็นเหตุให้อวนจะอู้น้ำหรือแตกเสียหายในที่สุด 

ทั้งนี้ล่าสุดปัจจุบันสมุทรสาครมีเรือประมง พื้นบ้านขึ้นทะเบียนจำนวน 459 ลำ ส่วนใหญ่ใช้อวนรุนหรือเรือพื้นบ้าน มาอวนลอยปลากระบอก อวนลอยปลากุเลาและอวนจมปู ในสิ่งที่ชาวประมงต้องการ ก็คือ การแก้ไขกฎกระทรวงให้ประมงพื้นบ้านที่สามารถใช้อวนที่มีตาห่างขึ้นกว่า เพื่อให้ครอบคลุมในการจับปลาหรือกุ้ง หรือสัตว์น้ำชนิดอื่นได้”