พ่อ-แม่ใจสลายตั้งศพลูกวันแรก หลังถูกไฟดูดขณะเข้าไปช่วยเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วมจนเสียชีวิต

ภูมิภาค2 ก.ย. 2562 • 16:13 น.
พ่อ-แม่ใจสลายตั้งศพลูกวันแรก หลังถูกไฟดูดขณะเข้าไปช่วยเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วมจนเสียชีวิต
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 2 ก.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านเลขที่ 28/11ม.2 บ้านไผ่เก่า คุ้มวัดโพธิ์สิริโสภณ ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งใช้เป็นสถานที่ตั้งศพของนาย สราวุธ จันโทแพง อายุ 20 ปี ที่เสียชีวิตขณะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วม เหตุเกิดเมื่อวันที่ ( 31 ส.ค.) ที่ผ่านมา โดยคนในครอบครัวได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลวันแรก ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของคนในครอบครัว รวมทั้งคนในชุมชนและเพื่อนนักศึกษาจากวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่นมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก นางศิลากร จันโทแพง อายุ 43 ปี แม่ของนายสราวุธ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ได้ไปติดต่อรับศพลูกชายออกจากโพรงพยาบาลฯเพื่อมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน หลังจากที่ระดับน้ำนั้นได้ลดลงแล้ว ทั้งนี้ในเบื้องต้นครอบครัวได้หารือกันว่าจะตั้งศพไว้3 วัน และจะมีพิธีฌาปณกิจศพในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ ที่วัดโพธิ์ไชย บ้านไผ่เก่า “ ขณะนี้มีเพียงท่าน ร.อ.ธรรมนัสฯ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินมาพบเพื่อให้กำลังใจพร้อมมอบเงินให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ส่วนหน่วยงานอื่นๆนั้น มีเพียงการมาสอบถามพูดคุย แต่ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ทั้งนี้โดยส่วนตัวคิดว่าจะดำเนินการทางด้านกฎหมายกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับครอบครัวคนอื่นอีก ทั้งนี้คงต้องรอให้งานศพลูกผ่านไปก่อน จึงจะหารือกันในครอบครัวอีกครั้งเพราะตอนนี้ทุกคนอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจที่ต้องสูญเสียลูกชายไปด้วยจากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้เป็นอุทาหรณ์ว่า ชีวิตคนมีค่า และลูกชายอยู่ในวัยที่กำลังจะได้เป็นเรี่ยวแรงของครอบครัวก็ต้องมาจบชีวิตด้วยเหตุการณ์แบบนี้ โดยเฉพาะกับหน่วยงานที่รับผิดชอบคือการไฟฟ้าส่วนภูมิาคเพราะทั้งที่รู้ว่า น้ำมาและท่วมบ้านเรือนประชาชนก็ควรจะตัดไฟทันที เพราะน้ำกับไฟฟ้ามันใกล้กันไม่ได้” นางศิลาการ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่จะมาโทษว่าเป็นความผิดของครอบครัว เพราะในความเป็นจริงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมีการปรับปรุงการทำงานในองค์กรให้ดีขึ้น แต่กลับมากล่าวโทษชาวบ้านที่ต้องสูญเสียลูกที่ไปช่วยคนที่กำลังเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้