ดร.กัลยาณี ปธ.กรรมการสงเคราะห์ ลุ้นระทึกรอ นอภ.เมืองศรีสะเกษพิจารณาที่ดิน ตั้งสถานที่บำบัดแก้ไขฟื้นฟูเด็กเยาวชนที่ก้าวพลาดให้เป็นคนดีของสังคม

ภูมิภาค14 ม.ค. 2564 • 08:07 น.
ดร.กัลยาณี ปธ.กรรมการสงเคราะห์ ลุ้นระทึกรอ นอภ.เมืองศรีสะเกษพิจารณาที่ดิน ตั้งสถานที่บำบัดแก้ไขฟื้นฟูเด็กเยาวชนที่ก้าวพลาดให้เป็นคนดีของสังคม
วันที่ 14 มกราคม 2564 ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์ฯศรีสะเกษได้เข้าพบนายพิทักษ์ พันธมาศ ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนศรีสะเกษ เพื่อติดตามเรื่องการก่อสร้างสถานที่บำบัด แก้ไข ฟื้นฟู ให้การศึกษาและฝึกอาชีพให้เด็กเยาวชนที่ก้าวพลาดให้เป็นคนดีของสังคม เพราะขณะนี้มีเด็กเยาวชนศรีสะเกษที่อยู่ในความดูแลของสถานพินิจฯและศูนย์ฝึกจังหวัดอุบลฯจำนวนมาก การไปเยี่ยมเด็กก็ติดปัญหาหลายประการ ทั้งไม่สะดวกและทำให้เด็กไม่มีผู้ปกครองไปเยี่ยมทำให้เด็กมีปัญหาเพิ่มขึ้น นายพิทักษ์ พันธมาศ ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนศรีสะเกษกล่าวว่า เรื่องสถานที่ที่จะใช้ก่อสร้างอาคารแรกรับของสถานพินิจฯได้เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนกันยา 2556 สมัยนาย พัชรพล สมจร เป็น ผอ.สถานพินิจฯ ได้ทำหนังสือขออนุเคราะห์ใช้ที่ดินทำการก่อสร้างสถานแรกรับส่งไปที่นายกเทศมนตรีตำบลน้ำคำ ต่อมา เดือนตุลา 2556 นายนคร ทองปัญญา นายกเทศมนตรีตำบลน้ำคำได้ทำหนังสือถึงนายอำเภอเมืองศรีสะเกษขอใช้ประโยชน์ที่สาธารณะโนนทรายใหญ่ ซึ่งวันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ นายนิวัติ น้อยผาง ได้ส่งหนังสือแจ้ง ผอ.สถานพินิจฯให้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยให้ส่งแผนงาน โครงการแสดงเหตุผลความจำเป็น วิธีดำเนินการ งบประมาณดำเนินการรายละเอียดต่างๆ แผนที่ตั้ง ฯลฯโดยให้ดำเนินการตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อมาปี 2557 นายดอนดง บริบูรณ์ ผอ .สถานพินิจฯก็ได้รับคำสั่งจากการมอบอำนาจของอธิบดีกรมพินิจฯให้ทำเรื่องขออนุญาตใช้ที่ดินราชพัสดุและที่สาธารณะประโยชน์ที่อยู่ในความดูแลของหน่วยราชการอื่น ได้ทำหนังสือขอใช้และถอนสภาพที่ดินสาธารณะประโยชน์ไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดโดยมีโครงการ แผนผังการใช้ที่ดิน แผนที่แสดงอาณาเขตบริเวณที่ดินและสำเนาแผนที่ภูมิประเทศของกรมแผนที่ทหาร แปลงโนนทรายใหญ่สาธารณะประโยชน์ ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง เพื่อเป็นสถานที่ตั้งของหน่วยงานและก่อสร้างสถานที่ควบคุมดูแลเด็กและเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำผิดในระหว่างสอบสวนและในระหว่างพิจารณาคดีของศาลเยาวชนและครอบครัว และมีหนังสือขอใช้ที่ดินไปยังเทศบาลตำบลน้ำคำ เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งนายนคร ทองปัญญา นายกเทศมนตรีตำบลน้ำคำ ได้ตอบกลับพร้อมสำเนาประชาคมหมู่บ้านว่ามีมติเลิกใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ดังกล่าว เลิกใช้ตั้งแต่ปี 2540 เลิกใช้ทั้งแปลง ราษฎรในหมู่บ้านยินยอมให้สถานพินิจฯใช้และขอถอนสภาพที่ดินสาธารณะประโยชน์แปลงนี้โดยได้แจ้งต่อนายอำเภอเมืองศรีสะเกษเรียบร้อยแล้วว่ามีการประชาคมวันที่ 13 ตุลา ปี2558 ที่ศาลากลางบ้านสองหมู่บ้าน คือบ้านโนนหมู่ 8 และบ้านสวนป่าหมู่ 13 ทางสถานพินิจได้ทำตามขั้นตอนจนถึงสุดท้ายคือสำนักงานที่ดินรอหนังสือจากนายอำเภอเมืองศรีสะเกษให้ความเห็นชอบตามอำนาจ แล้วจะเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณากำหนดโซนและจัดทำแผนที่การใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณะประโยชน์เพื่อใช้ประโยชน์ทางราชการ คณะกรรมการกำกับการใช้ที่ดินของรัฐ กรรมการพิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบกิจการตามมาตรา9แห่งประมวลกฏหมายที่ดิน ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์กล่าวว่า ได้ร่วมกับนายพิทักษ์ พันธมาศ ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนศรีสะเกษ และนางอรทัย บุตรศรี นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ เข้าพบนายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษเพื่อติดตามหนังสือที่ส่งมาให้นายอำเภอเมืองศรีสะเกษตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน2563 ซี่งนายอำเภอเมืองศรีสะเกษกล่าวว่า ที่สาธารณะไม่ใช่ใครจะเอาไปได้ง่ายๆ เดิมที่ตรงนี้เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ ไม่ใช่ไปถามหมู่บ้านว่าอยากให้ไหม การขอใช้ไม่ใช่ถามหมู่บ้าน ต้องบอกนายอำเภอจะขอใช้เรื่องอะไร กระทบคนอยู่อาศัยไหม กระทบสิ่งแวดล้อมไหม การเลี้ยงสัตว์เลิกใช้หรือยัง ถ้าบอกว่าปี2540เลิกใช้ จะให้นายอำเภอให้ความเห็นเดี๋ยวนายอำเภอถูกฟ้อง เพราะเจตนารมย์คือทำเลเลี้ยงสัตว์ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยต้องมีการยื่นขอใช้ต่อผู้มีอำนาจคือนายอำเภอว่าควรใช้หรือไม่ เพราะนายอำเภอกับเทศบาลเท่านั้นที่มีอำนาจให้ความเห็น ขอให้ผอ. สถานพินิจฯไปทำหนังสือขอใช้ที่ดินกับนายอำเภออีกครั้งหนึ่ง ให้ยื่นโครงการ แผนผังการใช้ที่ดิน วัตถุประสงค์ แผนที่ แนบเอกสารหลักฐานมาให้ครบว่า เพื่อใช้การใด อำเภอจะไปถามพื้นที่ เพราะคนทำหนังสือส่งไปให้ผู้ว่าและที่ดิน ไม่เสนอมาทางอำเภอก่อน ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ กล่าวว่า ตนเป็นภาคเอกชน รู้สึกงุนงงกับขั้นตอนมาก จึงขอให้ นายพิทักษ์ พันธมาศ ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนศรีสะเกษ ทำเอกสารตามที่นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ต้องการและรีบไปยื่นอีกครั้ง แต่ก็ลุ้นระทึกขอให้ทางอำเภอได้เห็นเอกสารทั้งหมดตั้งแต่ปี2556 เพื่อจะได้รีบพิจารณาให้ความเห็นได้ทันกับคณะกรรมการที่จะมีการพิจารณาร่วมกับ กอ.รมน. และอีกหลายหน่วยงานที่กำลังรอเรื่องจากสถานพินิจฯให้ทันการณ์ จะได้ส่งเรื่องขออนุมัติงบประมาณมาสร้างให้เกิดประโยชน์ สามารถช่วยฟื้นฟู บำบัด ช่วยเหลือใกล้ชิดกับเด็กเยาวชนศรีสะเกษให้มีโอกาสกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคม ตามมาตรฐานกลางการปฏิบัติงานของสถานพินิจและศูนย์ฝึกและอบรมภายใต้มาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติบททั่วไป ข้อ 44 กำหนดว่า “เยาวชนควรได้รับการเยี่ยมที่บ่อยและสม่ำเสมอ” โดยทั่วไป สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือไม่น้อยกว่าเดือนละครั้งในเวลา 09.00น -12.00 น.ภายในสภาพแวดล้อมที่เคารพความเป็นส่วนตัว การติดต่อสื่อสารอย่างไม่ปิดกั้นของเยาวชนกับครอบครัวและทนาย การที่ผู้ปกครองได้เยี่ยมที่ไม่ต้องเสียค่ารถไปไกล เป็นการสร้างขวัญกำลังใจที่ดี ส่งความห่วงใยให้ผู้ปกครองว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง ยังมีผู้เห็นใจและเขาจะได้กลับไปอบรมบุตรหลานให้เป็นคนดีของสังคมต่อไป