จังหวัดยโสธรทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเทวาภิเษกรูปหล่อ"องค์พญาแถน"เทพเจ้าแห่งฝน

ภูมิภาค3 ก.ย. 2563 • 10:22 น.
จังหวัดยโสธรทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเทวาภิเษกรูปหล่อ"องค์พญาแถน"เทพเจ้าแห่งฝน
ตามตำนานว่าสมัยก่อนพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสวยชาติ เป็นเจ้าชายคางคก หรือชื่ออีสานว่า พญาคันคาก ซึ่งมีหน้าตาอัปลักษณ์ ผิวพรรณดั่งคางคก แต่มีสีเหลืองดุจทองคำ เป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตาปราณีต่อมนุษย์และสัตว์ พระยาแถนได้ทราบข่าว จึงเกิดความอิจฉา เพราะเมื่อก่อนคนเคยไปนับถือพาแถน แต่ต่อมาคนหันไปให้ความนับถือพญาคันคาก จึงเกิดความอิจฉาไม่ยอมให้ฝนตกลงบนโลกมนุษย์เป็นเวลา 8 ปี 8 เดือน ทำให้มนุษย์และสัตว์เกิดความเดือดร้อนและล้มตายจำนวนมาก ผู้ที่รอดชีวิตมาได้จึงรวมตัวกันต่อสู้กับพญาแถน มนุษย์รวมมือกับพญานาคาเพื่อทำสงครามกับพญาแถน แต่พญานาคาก็ต้องพ่ายแพ้ ต่อมาพระราชาแห่งผึ้งก็มาทำสงครามกับพญาแถนอีก แต่ก็พ่ายแพ้เช่นกัน หลังจากนั้นสิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็เกรงกลัวพญาแถน ในที่สุดเจ้าชายคางคก ก็วางแผนเพื่อสู้กับพญาแถน โดยเริ่มจากขั้นแรก ส่งปลวกออกไปกัดกินด้ามหอก ด้ามดาบและอาวุธที่ทำด้วยไม้ของพญาแถน ขั้นที่สองส่งเจ้าชายแมงป่องไปกัดพญาแถนและบริวาร ซึ่งแมงป่องจะซ่อนตัวอยู่ในเสื้อผ้าและกองฟืน กองอาวุธ ของพญาแถน ขั้นที่สาม เจ้าชายคันคาก เดินทางออกไปสู้รบพร้อมกับบริวารซึ่งในขณะนั้นกองทัพของพญาแถนอ่อนแอเนื่องจากถูกแมงป่องกัด เจ้าชายคางคก ไปต่อสู้กับพญาแถน ในที่สุดพระยาแถนก็พ่ายแพ้ จึงยอมตกลงทำสนธิสัญญาสงบศึกกับพระยาคันดาก 3 ข้อดังนี้ 1. พอถึงเดือนหกของทุกปี มนุษย์ต้องจุดบั้งไฟขึ้นท้องฟ้าเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้พญาแถนทราบว่าถึงเวลาส่งฝนลงมายังโลกแล้ว 2. เมื่อมีเสียงร้องของกบเป็นสัญญาณบอกว่าฝนตกแล้วเมื่อฝนตกลงมามนุษย์พร้อมที่จะปลูกข้าว 3. เมื่อมีเสียงคนเป่าโหวตหรือเสียงสะนูอยู่บนว่าว ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ก็เป็นสัญญาณบอกว่าถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแล้วให้หยุดปล่อยฝนหรือปล่อยให้น้อยลงด้วยความเป็นมาเช่นนี้ จึงเกิดพิธีการบูชาพญาแถน โดยการใช้บั้งไฟ เพื่อแสดงการเคารพและเป็นการขอฝนจากพญาแถน อันเป็นที่มาของประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร อันโด่งดัง จังหวัดยโสธรจึงจัดสร้าง “วิมานพญาแถน” ขึ้นบริเวณลำทวน ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พญานาคและพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก เพื่อใช้เป็นสถานที่ที่แสดงถึงวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัด ภายในพิพิธภัณฑ์พญาแถน นั้นประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่สะท้อนถึงตำนานบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธร เช่นตำนานพญาแถนและพญาคันคาก ตำนานและเรื่องราวของบั้งไฟ ส่วนภายในพิพิธภัณฑ์พญานาค ประกอบด้วยเรื่องราวพญาคันคากและพญาแถน การกำเนิดความเชื่อเรื่องพญานาค ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาตลอดทั้งความเชื่อตามจารีตประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบมา ดังนั้นในวันนี้เมื่อเวลา 15.00 น.จังหวัดยโสธรทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเทวาภิเษกรูปหล่อองค์พญาแถน ก่อนพิธีบวงสรวงอัญเชิญประดิษฐานและสักการะรูปหล่อองค์พญาแถน โดย นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในการทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเทวาภิเษกรูปหล่อองค์พญาแถนโดยมีนายสมเพชร สร้อยสระคู นางสาวสิริมา วัฒโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายสุวัฒน์ เข็มเพชร ปลัดจังหวัดยโสธร พร้อมส่วนราชการตลอดจนพ่อค้าประชาชนนุ่งขาวห่มขาวร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก และในวันที่ 5 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น.ทางจังหวัดยโสธรจะทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญประดิษฐานและสักการะรูปหล่อองค์พญาแถนที่สถานที่ท่องเที่ยววิมานพญาแถน อำเภอเมืองยโสธร เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตและร่วมสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีและความศรัทธาที่มีต่อองค์พญาแถน