โจรใต้อุกอาจรัวยิงเผาขนทหารพรานตายคาร้านชำ

ภูมิภาค30 ม.ค. 2566 • 23:07 น.
โจรใต้อุกอาจรัวยิงเผาขนทหารพรานตายคาร้านชำ

 อุกอาจ!  โจรใต้เหิมหนัก ทำทีซื้อของร้านขายของชำ ก่อนควักปืนพกสั้นจ่อยิงหัว-หน้าอกทหารพราน เสียชีวิต หลังลาพักราชการช่วยเมียขายของ ด้าน ตร.-ทหาร ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เชื่อสร้างสถานการณ์
       
     เมื่อวันที่ 30 ม.ค.66 เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.เฉลิมชัย เพชรกาศ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและชุดสืบสวนสอบสวน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบยิง อส.ทพ.อิลฟัน อายุ 38 ปี ชาวปัตตานี เสียชีวิตภายในร้านขายของชำ ในพื้นที่ ม.2 ต.มะนังดาลำ จ.ปัตตานี  โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อทำการตรวจหาวัตถุพยานอีกครั้ง ทั้งรอยนิ้วมือแฝงและชิ้นส่วนหัวกระสุน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ว่ามีข้อมูลเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายที่เคยก่อเหตุพื้นที่ใดบ้าง นอกจากนี่ได้เรียกพยานในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม 
    
 เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบความเคลื่อนไหวของคนร้ายทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน โดยเชื่อว่าน่าจะรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ โดยตั้งมูลเหตุครั้งนี้ไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องสร้างสถานการณ์ และเรื่องส่วนตัว
    
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพฤติกรรมการก่อเหตุทราบว่า ผู้ตายเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4407 กรมทหารพรานที่ 44 ก่อนเกิดเหตุทราบว่าผู้ตายอยู่ระหว่างลาพักและได้มาพักอยู่บ้านของภรรยา โดยเปิดร้านขายของชำอยู่ข้างบ้าน ระหว่างที่ผู้ตายช่วยภรรยาจัดของในร้าน ปรากฏว่าได้มีคนร้ายสองคนขับขี่รถจยย.มาจอดหน้าร้าน โดยคนร้ายที่ซ้อนท้ายเดินลงจากรถทำทีเดินเข้ามาจะซื้อของ ระหว่างที่ผู้ตายเผลอคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดจ่อยิง อส.ทพ.อิลฟัน จำนวน 3 นัด กระสุนปืนเข้าบริเวณ ใต้รักแร้ 1 นัด ศีรษะ 1 นัด และหน้าอก 1 นัด จนล้มกองกับพื้นเสียชีวิตทันที หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งขึ้นรถ จยย.ก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไป ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ ทาง พ.อ.ภาคภูมิ จันทรักษ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ได้ทำการสนติกำลังหน่วยเฉพาะกิจร่วมกระจายกำลังปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่เป้าหมายที่เชื่อว่าคนร้ายจะหลบซ่อนตัวโดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบที่มีความพยายามสร้างสถานการณ์โดยการลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหวังแสดงศักยภาพในการตอบโต้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่