ญาติเศร้า รับศพคนขับ-ช่างเครื่องรถไฟ พร้อมจุดธูปเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน

ภูมิภาค1 ก.พ. 2565 • 16:23 น.โดย อุดม ปิดตาทานัง
ญาติเศร้า รับศพคนขับ-ช่างเครื่องรถไฟ พร้อมจุดธูปเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน
ญาติๆ เศร้าเดินทางไกลมารับศพคนขับรถไฟและช่างเครื่อง พร้อมจุดธูปเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน เผยทำใจไม่ได้สูญเสียคนรักไป ไม่คิดว่าคนเสียชีวิตจะเป็นคนขับและช่างเครื่อง วันที่ 1 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีรถไฟขบวนรถเร็วที่ 134 (หนองคาย-กรุงเทพมหานคร) ชนกับรถบรรทุกยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนศรีสะเกษ บริเวณทางพาดรถไฟหนองขอนกว้าง ถนนเลี่ยงเมือง เทศบาลตำบลหนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี ทำให้หัวรถจักรและตัวพ่วงขาดตกลงไปในคลอง เป็นเหตุให้นายวุฒิชัย เรืองอร่าม อายุ 59 ปี พนักงานขับรถไฟ และนายเจนณรงค์ ชื่นช้อย อายุ 34 ปี ช่างเครื่อง เสียชีวิตคาที่ เมื่อเวลา 19.45 น. ของวันที่ 31 ม.ค.65 ที่ผ่านมา โดยเช้าวันนี้ (1 ม.ค.65) บรรยากาศที่ห้องสุขาวดี โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ซึ่งเป็นเป็นที่เก็บศพนายวุฒิชัย และนายเจนณรงค์ ได้มีญาติของผู้เสียชีวิตทั้งสองเดินทางมาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งญาติของนายวุฒิชัย ไม่ขอให้สัมภาษณ์ บอกเพียงว่า นายวุฒิชัย เป็นชาวกรุงเทพฯ ทำการรถไฟมา 37 ปี จากตำแหน่งช่างเครื่อง สอบเลื่อนตำแหน่งจนได้มาเป็นพนักงานขับรถไฟ ประมาณ 10 กว่าปี และเดือนตุลาคมปีนี้ก็จะเกษียณอายุแล้ว และจะนำศพนายวุฒิชัย ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี เขตเกียกกาย กรุงเทพมหานคร และฌาปนกิจในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ส่วนนายบุญส่ง ชื่นช้อย อายุ 36 ปี ชาวบ้านฮ่องสิมพัฒนา หมู่ 9 ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นพี่ชายนายเจนณรงค์ ช่างเครื่อง บอกว่า ตนมีพี่น้องกันแค่ 2 คน ผู้ตายมีครอบครัวและลูก 1 คน สอบเป็นช่างเครื่องได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2563 และเพิ่งบรรจุในเดือนเมษายน ปี 2564 เมื่อคืนนี้ญาติที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ โทรมาบอกว่า น้องชายเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถบรรทุกเสียชีวิตที่ จ.อุดรธานี ซึ่งตนไม่เชื่อเพราะส่วนมากแล้วคู่กรณีรถไฟจะเป็นฝ่ายเสียชีวิต น้อยมากที่จะมีคนขับรถไฟกับช่างเครื่องเสียชีวิต ขณะก้าวออกจากบ้านกำลังจะขึ้นรถได้กลิ่นธูปโชยมาอย่างแรง ซึ่งญาติพี่น้องบอกว่ามีใครจุดธูป ตนเองคิดว่าน้องมาบอกแล้ว น้องชายมีลูกสาวกับภรรยาคนเก่า 1 คน ก่อนเกิดเหตุร้ายภรรยาของตน ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ผู้ตาย ฝันว่ามีคนเอาทองคำมาให้ แต่ไม่เอา และยื่นให้ผู้ตายแทน แต่ภรรยาตนสังเกตเห็นหน้าผู้ตายหมองคล้ำ ไม่เหมือนกับคนที่ได้ทองจะต้องดีใจ ภรรยาจึงมาเล่าให้ตนฟัง ครั้งแรกตนคิดว่า ผู้ตายจะได้ลูกกับภรรยาใหม่ที่ทำงานด้วยกันที่ กทม. จึงไม่คิดว่าจะเป็นเหตุร้าย กระทั่งมาทราบว่าเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ต่อมาเวลา 13.45 น. หลังจากรับศพผู้เสียชีวิตแล้ว ญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุทางพาดรถไฟหนองขอนกว้าง เพื่อประกอบพิธีเชิญวิญญาณของผู้ตายทั้งสองกลับบ้าน ซึ่งนายบุญส่ง ได้ปักธูป พร้อมบอกกล่าวดวงวิญญาณน้องชายทั้งน้ำตาว่า ไม่ต้องห่วงอะไร จะดูแลทุกอย่าง เกิดชาติหน้าให้เกิดมาเป็นพี่น้องกันอีก ไม่ต้องอยู่ตรงนี้ ให้กลับบ้านด้วยกัน จากนั้นก็แยกย้ายขึ้นรถนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านต่อไป