รอง ผบช.ภาค 6 เร่งไกล่เกลี่ย ปมยายร้องสามีปลิดชีวิตตนเอง เพื่อนำเงินใช้หนี้นอกระบบ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ธ.ค.66 ที่สถานีตำรวจภูธรวังกะพี้ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ พล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วยนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ต.อ.พีระเพชร อุบลจิตต์ รอง ผบก ภ.จว.อุตรดิตถ์ นายประเดิม เดชายนต์บัญชา นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ว่าที่ พ.ต.อ.ณัทรภณ ทรงไทย ผกก.สภ.วังกะพี้ แถลงข่าวถึงความคืบหน้ากรณีคุณยายสมัยเข้าร้องเรียนภายหลังที่ “เพจสายไหมต้องรอด” ได้พาคุณยายสมัย อายุ 60 ปี ชึ่งเป็นภรรยาของผู้ตาย ผู้ที่ผูกคอเสียชีวิตเนื่องจากความเครียดจากการทวงหนี้ ไปเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา เดินทางถึงที่ สภ.วังกะพี้ เพื่อยื่นเอกสารสำคัญและให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ตามนโยบายของรัฐบาลและเร่งไกล่เกลี่ยเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบและ ลูกหนี้ กรณีมีคนผูกคอตายหนีหนี้นอกระบบ หลังจากเป็นหนี้หลายรายตัดสินใจผูกคอตายตัดสินปัญหา
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา คุณยายสมัย ได้ไปลงทะเบียนเพื่อแก้ไขปัญหาเงินกู้นอกระบบกับทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และ ได้เข้าไปร้องเรียน ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา เพื่อขอความช่วยเหลือปัญหากู้เงินนอกระบบ เงินดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อวัน มาลงทุนซื้อหอมกระเทียมขาย ทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายหนี้ ต้องหากู้เงินนอกระบบมาหมุนเวียนใช้จ่าย เกิดเป็นงูกินหาง รวมแล้วจ่ายดอกเบี้ยหลายรายเป็นเงินจำนวนหลายร้อยบาทต่อวัน เงินที่หามาได้จากการขายของต้องนำไปใช้หนี้หมด หากวันไหนไม่ส่งเจ้าหนี้จะโทรมาด่า พร้อมทั้งบุกมาขมขู่คุกคามถึงที่บ้าน เป็นเหตุทำให้สามีกับยายกินไม่ได้นอนไม่หลับมานานหลายเดือน เพราะไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ จนกระทั่งต่อมา วันที่ 23 พ.ย.66 ที่ผ่าน มีเจ้าหนี้มาทวงค่าดอกเบี้ยเงินกู้ เจ้าหนี้จึงด่าทอทั้งตาและยายด้วยคำพูดที่หยาบคาย ข่มขู่ว่าจะทำร้ายยาย ตาเครียดเลยตัดสินใจแอบไปผูกคอตาย เพื่อให้ยายนำเงินฌาปนกิจ มาจ่ายให้เจ้าหนี้นอกระบบ แต่หลังจากนำเงินฌาปนกิจของตาที่ตายไปหลังจากหักค่าทำศพ นำไปจ่ายหนี้นอกระบบก็ยังหักค่าดอกไม่พอ เพราะเจ้าหนี้แต่ละรายอ้างว่ายายค้างค่าดอกเบี้ยมาหลายวัน ทำให้ต้องนำดอกเบี้ยมาคิดเป็นเงินต้น จึงทำให้ค่าดอกเบี้ยต้องเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เจ้าหนี้จึงมาข่มขู่จะเอาเงินที่ยายเพิ่ม ยายเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากยังมีหลานที่ต้องเลี้ยงอีก 2 คน หมดหนทาง จึงตัดสินใจเดินทางมาขอความช่วยเหลือ
พล.ต.ต.ระวีพรรษ รอง ผบช.ภาค 6 กล่าวว่า ในส่วนของการสืบสวนสอบสวนได้มีการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย โดยสาเหตุการเสียชีวิตของสามีคุณยาย ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของหนี้นอกระบบ สำหรับเจ้าหนี้ที่เกี่ยวข้องทางตำรวจได้นำตัวมาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว 2 ราย จาก 4 ราย แต่อย่างไรก็ตามได้กำชับให้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ และ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ฯ เร่งตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดำเนินการตามกฎหมาย และลงไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ตามนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรม และ ทางตำรวจได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว กรณีมีการข่มขู่ให้ชุดเคลื่อนที่เร็วสามารถลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทำให้เกิดความอุ่นใจและมองเห็นช่องทางออกของปัญหาจากการระดมความช่วยเหลือจากภาครัฐจังหวัดอุตรดิตถ์ หากพบการกระทำผิด จะมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกราย และ จะร่วมกับฝ่ายปกครองนำลูกหนี้ เจ้าหนี้ เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ต่อไป
ด้านนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ รักษาราชการแทน ผวจ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือในเบื้องต้น ได้ประสานกับทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เข้าไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือเป็นเงินทุนกองทุนคุ้มครองเด็ก เนื่องจากคุณยายมีหลาน 2 คนและเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุในภาวะฉุกเฉิน รวมถึงหากต้องการเงินช่วยเหลือในการประกอบอาชีพ ทางราชการมีเงินกองทุนช่วยเหลือแบบไม่มีดอกเบี้ย ในส่วนของมูลหนี้ที่คงค้างก็จะช่วยพิจารณาไกล่เกลี่ย และจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับไปยังทุกพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัด ลงพื้นที่ เพิ่มความเข้ม ตรวจสอบทุกมิติสอบถามลูกหนี้ เจ้าหนี้ที่ลงทะเบียน ว่ามีเหตุความรุนแรง ถูกข่มขู่หรือไม่ หรือมีเหตุที่ผิดปกติวิสัยหรือไม่อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก และ ให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน