ลุงหำช็อคไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลังเงินแสนสามสี่พันเก็บหยอดกระป๋องสีทั้งชีวิตไหม้ไปด้วย
เตือนเป็นอุทาหรณ์ใครเก็บคิดจะเก็บเงินสดไว้ที่บ้านไม่ปลวกกินก็ไหม้อาจหมดตัว อย่างที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ลุงหำช็อคเกิดไฟไหม้บ้าน เงินเก็บมาทั้งชีวิตหยอดกระป๋องสีหยอดวันละนิดวันละหน่อยจำนวน 134,000 บาทถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก นายอำเภอรุดช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมเตรียมประสานธนาคารแลกเงินที่ถูกไฟไหม้ให้ลุงหำด้วย
วันนี้ (11 ธ.ค.64) ผู้สื่อข่าวจ.อุดรธานีรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00น.ของวานนี้ (10 ธ.ค.64) ได้เกิดเหตุไฟไหมบ้านของนายหนูกาฬ หาละภูมิ หรือ “ลุงหำ” อายุ 57ปี ที่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 8 บ้านเดชอุดม ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังเกิดเหตุ รถดับเพลิงของอบต อ้อมกอและอบต.ใกล้เคียงช่วยกันมาสกัดเพลิงและไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง แต่เนื่องจากบ้านดังกล่าวเป็นไม้ไฟได้ลุกอย่างรวดเร็วทำให้ไฟไหม้วอดไปทั้งหลัง โดยเจ้าของบ้านคือนายหนูกาฬ หรือลุงหำ ซึ่งเป็นคนพิการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง และพิการแขนและขาด้านซ้ายอ่อนแรงหงิกงอไม่สามารถใช้การได้ โดยพ่อใหญ่หำมองดูบ้านตัวเองที่ถูกไฟไหม้อย่างเศร้าใจ โดยทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเอกสารบัตรประจำตัว โฉนดที่ดินของบ้านที่เกิดเหตุ เสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ถูกไฟไหม้ไปหมด และที่เสียใจมากคือเงินที่หยอดสะสมไว้ในกระป๋องสีจำนวนถึง 134,000 บาทเป็นเงินออมเก็บมาทั้งชีวิตถูกไฟไหม้ไปด้วย
เวลา 09.00น.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังเกิดเหตุพบชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากัน ขนสิ่งของเครื่องใช้ ที่จำเป็นเช่น ผ้าห่มหมอนมุ้งและบริจาคเงินช่วยเหลือบางส่วนมามอบให้กับลุงหำทุกคนต่างสงสารและเห็นใจเพราะลุงหำเป็นคนพิการแถมอยู่คนเดียวด้วย จากนั้นลุงหำได้พาไปดูภาพบ้านไม้เสา 9ต้น ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อวานหลังจากตนเองจุดเตานึ่งข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วได้เดินไปเล่นบ้านพี่ชายในหมู่บ้านซึ่งห่างไปประมาณ 400 เมตร ก็มีชาวบ้านบอกว่าไฟไหม้บ้านตกใจจึงรีบมาดู ไฟไหม้บ้านไปหมดแล้ว พ่อใหญ่หำบอกอีกว่า ที่เสียดายอย่างมากคือมีเงินสดสด เป็นธนบัตรใบละพัน ใบละ500 และใบละ 100 เป็นตับตับ ที่ตนเองหยอดไว้ในกระป๋องสีจำนวน 134,000บาทถูกไฟไหม้ไปด้วย บางใบไหม้ครึ่งเดียว เงินแสนกว่าบาทนี้สะสมวันละนิดละหน่อยเก็บมาทั้งชีวิตตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้กับแม่เมื่อ 40ปีก่อน หลังแม่ตายเมื่อ 11ปีที่แล้วก็อยู่คนเดียว โดยเงินแสนกว่าบาทเป็นเงินที่ขายควายหมื่นกว่าบาทและได้เงินคนพิการปีละ 9,600 บาท ส่วนสาเหตุของไฟไหม้บ้านน่าจะเกิดจากเตานึ่งข้าวถ่านอาจจะมีไฟหลงเหลืออยู่ปะทุขึ้นมาลามไปไหม้สิ่งของที่เป็นไม้เชื้อเพลิงอย่างดีทำให้ไฟไหม้บ้านวอดดังกล่าว
นายสำลี ผลานารถ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านเดชอุดม เปิดเผยว่า ช่วงค่ำวานนี้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ้านลุงหำ พวกเราชาวบ้านก็รีบหาน้ำมาดับไฟ แต่เนื่องจากบ้านเป็นบ้านไม้ทั้งหลังเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี รถดับเพลิงมาก็สกัดเพลิงเอาไว้เพื่อไม่ให้ลุกลามไปบ้านหลังอื่น แต่ไฟก็ได้ไหม้บ้านหมดทั้งหลัง แต่ที่เจ้าของบ้านเสียใจคือ เงินสดจำนวนแสนกว่าบาทที่เก็บเอามาทั้งชีวิตถูกไฟไหม้ไปด้วย น่าสงสารมาก ลุงหำเป็นคนดี อยู่คนเดียว พิการผ่าตัดเนื้องอกในสมองและพิการแขนและขาด้านซ้ายช่วยเหลือตนเองลำบาก ใครผู้มีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลือสามารถติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ 098397117 ผู้ใหญ่บ้านสำลีได้ตลอดเวลา
ต่อมาเวลา 10.30 น.นายวรุตม์ วิศิษฏ์ศิลป์ นายอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนายจักรพันธ์ เชื้อพุทธ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันจากอบต.อ้อมกอได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ โดยนายวรุตม์ วิศิษฏ์ศิลป์ นายอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนว่ามีไฟไหม้บ้านของนายหนูกาฬทราบว่าเป็นคนพิการ ชาวบ้านเห็นใจและสงสารเพราะอยู่ลำพังตัวคนเดียวแถมไฟไหม้บ้านอีก ทางอำเภอจะได้รีบประสานไปยังเหล่ากาชาดจังหวัดเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป ส่วนเรื่องเงินสดจำนวน 134,000 บาที่ลุงหำเก็บไว้ในบ้านถูกไฟไหม้ไปด้วย ตรวจสอบว่าแล้วมีไหม้เป็นบางส่วน ทางผมก็จะได้ประสานไปยังธนาคารเพื่อให้เจ้าตัวนำไปแลก ส่วนจะได้คืนเท่าไรนั้นแล้วแต่ทางธนาคารจะพิจารณาอาจจะครึ่งหนึ่งก็เป็นได้ และอยากจะเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์แจ้งแก่พี่น้องประชาชนหากมีทรัพย์สินมีค่าไม่ควรเก็บไว้ภายในบ้าน โดยเฉพาะเงินด ควรแบ่งไปเก็บไว้ธนาคารด้วยก็ดี ไม่งั้นเช่นนั้นหากเกิดไฟไหม้บ้านแบบนี้เงินก็จะสูญไปด้วย