คุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีน้องชมพู่ เค้นสอบ ตรวจดีเอ็นเอ พ่อแม่ไม่เชื่อปมขัดแย้งนำสู่ฆาตกรรม

ภูมิภาค16 พ.ค. 2563 • 04:52 น.
คุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีน้องชมพู่ เค้นสอบ ตรวจดีเอ็นเอ  พ่อแม่ไม่เชื่อปมขัดแย้งนำสู่ฆาตกรรม
เมื่อวันที่ 16 พ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับ คดี น้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ ที่หายตัวปริศนาไปจากบ้านพัก ในเขตพื้นที่ บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่เช้าวันที่ 11 พ.ค.63 ก่อนพบศพช่วงเย็นวันที่ 14 พ.ค.63 ในสภาพเปลือยกาย กลางป่าลึก ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร โดยหลังพบศพ ทางด้าน พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อกิตติพงษ์ จิตรคาม ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 ระดมทีมตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 สืบสวนมุกดาหาร และสืบสวน สภ.กกตูม และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เก็บตัวอย่าง เร่งสอบสวนพยานแวดล้อม บุคคลต้องสงสัยต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายปมฆาตกรรมน้องชมพู่ ถึงแม้ ผลการชันสูตรแพทย์ เบื้องต้น จะพบว่า ไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย แต่ยังรอผลการชันสูตรโดยละเอียดถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด โดยยังต้องเร่งสืบสวนติดตามหาคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจาก ในที่เกิดเหตุมีหลักฐาน สภาพศพเปลือยกาย และเข้าไปในป่าลึกกว่า 2 กิโลเมตร ที่บ่งชี้ว่า น้องชมพู่ ไม่สามารถจะเดินเข้าไปด้วยตัวเองได้ จะต้องมีคนร้ายพาตัวไป ก่อนที่จะเสียชีวิต ล่าสุดทางทีมสืบสวนคลี่คลายคดี ได้ มีการคุมตัว บุคคลต้องสงสัยคนสำคัญ คือ นาย ส (นามสมมิต) ที่เป็นคนในพื้นที่ และมีความใกล้ชิดเป็นญาติ อีกทั้งยังมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และยังมีผลการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด จึงคุมตัวไว้สอบสวนที่ สภ.กกตูม แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน รวมถึงยังให้การปฏิเสธไม่รู้เห็น ถือว่าเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยรายสำคัญ อยู่ระหว่างการเร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ นอกจากนี้ยังได้นำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจเก็บตัวอย่าง เพื่อเก็บดีเอ็นเอไปตรวจสอบเทียบเคียงกับ หลักฐานทางดีเอ็นเอ ในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีการเก็บดีเอ็นเอ จากเสื้อผ้า ของน้อง ชมพู่ ที่ตกในที่เกิดเหตุ อีกทั้ง ยังมีผู้ต้องสงสัย ที่สันนิษฐานว่ามีพฤติกรรมเสี่ยง อีก 5 ราย ที่คุมตัวมาสอบ และเก็บดีเอ็นเอ ที่จะต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ในการตรวจสอบชันสูตร เบื้องต้นตำรวจมุ่งประเด็น บุคคลในพื้นที่ก่อเหตุ เพราะจากพฤติกรรม และหลักฐาน พบว่าจะต้องมีความชำนาญในพื้นที่ และรู้ความเคลื่อนไหวของผู้เสียหาย ทางด้าน พ่อแม่ น้องชมพู่ เปิดเผยหลังผลชนสูตร ว่า ถึงแม้แพทย์จะมีผลการยืนยันเบื้องต้นว่า ลูกสาวไม่ได้ถูกข่มขืน แต่เชื่อมั่นว่า ลูกสาวถูกฆาตกรรม มีคนนำตัวไป และทำร้ายเป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งตนไม่เชื่อว่าจะมาจากความขัดแย้ง เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใครที่จะถึงขนาดหมายเอาชีวิตลูกสาว มีเพียงพูดคุยไม่พอใจกันแค่บางครั้งกับญาติ เพราะที่ผ่านมาใช้ชีวิตดูแลลูก มาตลอด ให้ลุกสาวคนโตดูแล ก่อนออกไปทำงานไม่เคยเกิดเหตุร้าย ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ และเชื่อว่าคนก่อเหตุจะต้องมีเจตตานาทำร้ายน้องโดยตรง แต่ไม่ทราบว่าเพื่ออะไร หรือต้องการล่วงละเมิดทางเพศ แต่ทำไม่สำเร็จ ต้องรอการสอบสวนของตำรวจ ส่วนมีคนที่คาดว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ที่เป็นญาตินั้น ตงไม่เชื่อว่า จะเป็นคนร้าย เพราะเห็นกันมาตลอด คงไม่คิดทำร้ายลูกหลาน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าคนก่อเหตุต้องคนในพื้นที่ รู้เห็นความเคลื่อนไหวของครับครัว เพราะคนต่างถิ่นคงไม่กล้าจะพาลูกสาวเข้าไปในป่าใกล้หมู่บ้าน คงลักพาตัวไปที่อื่น วอนตำรวจเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งศพจะเผาในวันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย