ไต๋เรือประมงพาณิชย์จ่ายค่าปรับแสนบาทหลังถูกข้อหาไม่แจ้งเข้าเทียบท่าเรือ พบแจ้งแต่ระบบผิดพลาดขณะถูกคลื่นลมมรสุมกลางทะเล

ภูมิภาค23 พ.ค. 2562 • 17:08 น.
ไต๋เรือประมงพาณิชย์จ่ายค่าปรับแสนบาทหลังถูกข้อหาไม่แจ้งเข้าเทียบท่าเรือ พบแจ้งแต่ระบบผิดพลาดขณะถูกคลื่นลมมรสุมกลางทะเล
ไต๋เรือประมงพาณิชย์จ่ายค่าปรับแสนบาทหลังถูกข้อหาไม่แจ้งเข้าเทียบท่าเรือ พบแจ้งแต่ระบบผิดพลาดขณะถูกคลื่นลมมรสุมกลางทะเล วอนหน่วยงานอะลุ่มอะร่วย เจอหลักฐานเจ้าหน้าที่ตอบรับทางแอพพิเคชั่นไลน์ ที่บริเวณท่าเทียบเรือประมงพาณิชย์ (แปลา) ป.ดวงทวีพร หมู่ 5 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นายศุภศิลป์ อร่ามเนตร อายุ 29 ปี ไต๋เรือ ป.ดวงทวีพร 111 อยู่เลขที่ 60/102 หมู่ 5 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เข้าแจ้งความเดือดร้อนต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองออกเรือหาสัตว์น้ำตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.62 ที่ผ่านมา ซึ่งได้แจ้งเจ้าหน้าที่ ศูนย์รับแจ้งเข้าออกเรือจังหวัดพังงา หรือ ศูนย์ PIPO ตามข้อบังคับของทางศูนย์ฯปกติ จนกระทั่งเจอมรสุมประกอบกับไม่สามารถจับสัตว์น้ำได้ จึงได้แจ้งขอเข้าฝั่งเพื่อเทียบท่าเรือตามระเบียบปฏิบัติของทางศูนย์ฯ ช่วงประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 12 พ.ค.62 ทาง E-PIPO หรือทางระบบอีเล็คทรอนิคส์ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้อินเตอร์เน็ตแจ้งสำหรับเรือประมงพาณิชย์ที่ต้องแจ้งเข้าท่าเทียบเรือ หรือ ออกจากท่าเทียบเรือ พบว่าระบบดังกล่าวไม่สามารถแจ้งได้การแจ้งถูกระบบยกเลิกไม่สามารถเข้าระบบได้ จึงได้แจ้งทางโปรแกรมไลน์กลุ่มประมงซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศูนย์PIPOอยู่ในกลุ่มไลน์ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาจะแจ้งเข้าหรือออกท่าเทียบเรือต้องแจ้งทั้งระบบ E-PIPO และแจ้งทางโปรแกรมไลน์กลุ่มประมงดังกล่าว จากนั้นมีไลน์ของทางเจ้าหน้าที่แจ้งมาว่า สามารถขึ้นสัตว์น้ำได้ จึงได้เข้าเทียบท่าเรือ ป.ดวงทวีพร ตามปกติ ในเวลาประมาณ 05.30 น.ของวันเดียวกัน (12 พ.ค.62) ต่อมาในวันที่ 14 พ.ค.62 เจ้าหน้าที่จากศูนย์PIPO พังงา ได้นำหนังสือบันทึกข้อกล่าวหา โดยตั้งข้อกล่าวหาว่า ไม่ได้แจ้งนำเข้าเรือประมงพาณิชย์ ทำให้ผิดกฎหมาย มีโทษปรับจำนวน 100,000 บาท ขณะที่ตนเองพยายามบอกเจ้าหน้าที่ว่าแจ้งทางระบบ E-PIPO แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าระบบได้ จึงได้แจ้งเข้าโปรแกรมแอพพิเคชั่นไลน์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งตอบกลับเจ้าของเรือ ป.ดวงทวีพร 111 ว่า “เรือถึงฝั่งสามารถขึ้นสัตว์น้ำได้ตามเวลาที่แจ้งเข้าเลยครับ” ตนเองจึงได้เทียบเรือเข้าท่าเรือ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ฟังอ้างว่าตามกฎหมายต้องแจ้งทาง E-PIPO เท่านั้น พร้อมนำอุปกรณ์เข้าล๊อคเรือไม่อนุญาตให้ออกเรือหาสัตว์น้ำจนกว่าจะจ่ายค่าปรับจำนวน 100,000 บาท ทำให้ตนเองต้องหาเงินจ่ายค่าปรับ เพื่อประกอบอาชีพ ทาง นายศุภศิลป์ อร่ามเนตร อายุ 29 ปี ไต๋เรือ ป.ดวงทวีพร 111 กล่าวว่า ตนเองต้องการขอให้เจ้าหน้าที่คำนึงถึงสภาพความเป็นจริงในขณะนี้ ที่ต้องนำเรือเข้าเนื่องจากเจอมรสุม พยายามที่จะแจ้งตามระบบ E-PIPO แล้วแต่อินเตอร์เน็ตไม่เสถียร ไม่สามารถแจ้งได้ อีกทั้งตนเองแจ้งในแอพพิเคชั่นไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบรับให้สามารถเข้าเทียบท่าได้ตามเวลาที่ได้ในไลน์กลุ่ม แต่ยังถูกตั้งข้อหาและล๊อคเรือซึ่งเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ทำมาหากินกับทะเล จนยอมจ่ายค่าปรับ 100,000 บาท เพื่อต้องการออกเรือไปหาสัตว์น้ำ ประทังชีวิตครอบครัว ชีวิตลูกเรือ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะมีหนังสือยอมให้ออกจากท่าเรือเพื่อจับสัตว์น้ำอีกเมื่อไหร่ ด้าน น.ส.ธนาภรณ์ เกตุสอาด อายุ 28 ปี เสมียนท่าเทียบเรือ ป.ดวงทวีพร ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากไต๋เรือว่ามีลมพายุจำเป็นต้องเข้าเทียบท่าเรือในช่วงเวลา 03.00 น.วันที่ 10 พ.ค.62 ให้ทางสำนักงานท่าเทียบเรือ ป.ดวงทวีพร แจ้งเข้าเทียบท่าเรือให้ ซึ่งมีเรือแจ้งเข้ามาจำนวนหลายลำ รวมทั้งเรือใหญ่และเรือเล็กประมาณ 30 ลำ ทำให้ระบบที่แจ้งเข้าไปอาจจะเกิดผิดพลาดได้ ซึ่งต้องการให้ทราบว่า การกระทำผิดของชาวประมงค่าปรับไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท โดยตนเองมองว่าเป็นเงินจ่ายค่าปรับที่ไม่น้อย บางข้อหามากถึง 500,000 บาท ไม่มีข้อหาใดต่ำกว่า 100,000 บาท หากเป็นอาชีพอื่นที่ไม่ใช่ประมงจะหาเงินมาอย่างไร ที่ผ่านมาทางชาวประมงยินยอมจ่ายค่าปรับทุกครั้ง แต่ต้องการให้ภาครัฐหาแนวทาง วิธีการ จ่ายค่าปรับในการกระทำผิดลดลงบ้าง ขอให้คำนึงถึงวิถีชาวประมงบ้างไม่ว่าจะเป็นประมงพาณิชย์ หรือประมงพื้นบ้าน ค่าปรับควรที่จะสมเหตุสมผลมากกว่านี้ ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนาจะไม่แจ้งหรือกระทำผิดกฎหมาย สำคัญคือหลบลมมรสุมเข้ามา ไม่มีสัตว์น้ำ นำพาลูกเรือกว่า 20 ชีวิตเข้ามาเพื่อให้ปลอดภัย ซึ่งได้แจ้งทางไลน์แล้ว ขณะที่ระบบ E-PIPO อาจจะผิดพลาดจากคลื่นลม มรสุม ทำให้สัญญาณ หลุด เด้ง หรือผิดพลาดได้บ้าง เนื่องจากระบบใเเเเเเเเะช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตทำให้สัญญาณหรือระบบล่มได้ ทางประมงได้คุยกับหน่วยงานแล้วแต่ไม่มีคำตอบหรือการแก้ปัญหาให้ทางกลุ่มประมงแต่อย่างใด เนื่องจากสุดท้ายเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับคำสั่งมาจากเบื้องบนไม่คิดรับฟังปัญหาหรือคำแนะนำจากกลุ่มประมง ขณะที่คณะผู้สื่อข่าวเดินทางเข้ายังศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงพังงา บ้านทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พบเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์พร้อมแจ้งสื่อมวลชนว่า หัวหน้าศูนย์ฯไม่อยู่ ส่วนการให้สัมภาษณ์ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากมีคำสั่งจาก ศรชลเขต ระบุห้ามให้ข่าวใดๆต่อสื่อมวลชน ทางผู้สื่อข่าวพยายามชี้แจงให้เจ้าหน้าที่รับทราบว่าต้องการให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ขอให้ชี้แจงข้อสงสัย ระเบียบในการปฏิบัติ เพื่อความเข้าใจของทุกฝ่าย แต่ทางเจ้าหน้าที่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ใดๆขอให้ทางสื่อมวลชนทำหนังสือร้องขอต่อ ศรชลเขต เท่านั้น ทางคณะสื่อมวลชนจึงเดินทางกลับ