- โฆษณา -

บุรีรัมย์ ติวเข้มนายจ้าง สถานประกอบการ อาสาสมัครแรงงาน รับรู้การจ้างแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย

ภูมิภาค5 ก.ย. 2562 • 09:36 น.
บุรีรัมย์ ติวเข้มนายจ้าง สถานประกอบการ อาสาสมัครแรงงาน รับรู้การจ้างแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย
จังหวัดบุรีรัมย์ อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจแก่นายจ้าง สถานประกอบการ อาสาสมัครแรงงาน ผู้นำชุมชน ถึงขั้นตอนการต่อใบอนุญาตของแรงงานต่างด้าว การจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย รวมถึงบทลงโทษหากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ วันนี้ (5 ก.ย.62) สำนักงานจัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ จัดอบรมการเสริมสร้างการรับรู้สู่การจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายภายใต้ MOU โดยมีนายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานพิธีเปิด มีนายชูชีพ ถวิลวิทยานนท์ จัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ อาสาสมัคร ผู้นำชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 300 คน เข้าร่วมอบรม ที่ห้องประชุม โรงแรม เดอ ศิตา ปริ้นเซส อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการต่อใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ก่อนใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดลงวันที่ 31 มีนาคม 2563 ทั้งสร้างการตระหนักถึงการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฏหมาย และให้ทราบถึงบทลงโทษของการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 และกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากร จากที่ทำการปกครองจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดบุรีรัมย์ นายชูชีพ ถวิลวิทยานนท์ จัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดอบรมในวันนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนจะต้องทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้ เกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าวทำงานอย่างถูกกฏหมาย และขั้นตอนการดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2563 ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่ได้กำหนดไว้ ในปัจจุบันจังหวัดบุรีรัมย์มีแรงงานต่างด้าวดังกล่าวที่เข้ามาทำงานอยู่ในสถานประกอบการต่างๆ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2562 จำนวน 102 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 101 คน สัญชาติลาว 1 คน และกลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 จำนวน 1,428 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 231 คน สัญชาติลาว 185 คน และสัญชาติกัมพูชา 1,012 คน ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องมาดำเนินการต่อใบอนุญาตทำงานก่อนใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดลง ซึ่งตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้แล้วทุกมาตรา ส่งผลให้คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานในอาชีพที่กฎหมายห้ามคนต่างด้าวทำจะไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท และเมื่อชำระค่าปรับแล้วจะถูกส่งกลับประเทศทันที นอกจากนั้น ยังห้ามมิให้ขออนุญาตทำงานในประเทศอีกภายในเวลา 2 ปี ส่วนนายจ้างผู้ใช้แรงงานต่างด้าว ซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้คนต่างด้าวที่ทำงาน นอกเหนือจากอาชีพกรรมกร รับใช้ในบ้าน ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมง และเป็นล่ามภาษากัมพูชา ลาว และเมียนมา จะมีความผิดถูปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวที่จ้าง 1 คน และหากกระทำความผิดซ้ำจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากคนต่างด้าวทำงานอีกเป็นเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด ทั้งนี้ หากพบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการทำงาน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้ดำเนินจับกุม และผลักดันกลับประเทศ