ร้องไห้แทบขาดใจ!! กระบะ​นายฮ้อยพุ่งเข้าชนร้าน แม่คว้าพี่สาววัย 5 ขวบรอด แต่น้องชาย 4 ขวบดับ​

ภูมิภาค7 พ.ย. 2565 • 13:13 น.
ร้องไห้แทบขาดใจ!! กระบะ​นายฮ้อยพุ่งเข้าชนร้าน แม่คว้าพี่สาววัย 5 ขวบรอด แต่น้องชาย 4 ขวบดับ​

บุรีรัมย์​ วงจรปิดวินาทีสะเทือนใจ​ กระบะนายฮ้อย​ ซิ่งข้ามเลนชนรถเจ้าของโรงแรม ก่อนเสียหลักพุ่งอัดก๊อปปี้ร้านค้าข้างทางพังยับ  หนูน้อยวัย 4 ขวบ​ นั่งกินข้าวเตรียมตัวไปโรงเรียนโดนอัดกระแทกอย่างแรงอาการสาหัสก่อนสิ้นใจที่ รพ. แม่คว้าลูกสาว 5 ขวบอีกคนกระโดดหนีตาย  กระบะตีนผีอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ตร.เร่งติดตามตัวดำเนินคดี   พ่อแม่ร้องไห้แทบขาดใจสูญเสียลูกชายที่กำลังน่ารัก 

     เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. (7 พ.ย.65)  ร.ต.ท.อิงครัต  สุขตาม  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์  ได้รับแจ้งว่า​ เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน และเสียหลักพุ่งชนร้านค้าข้างทางมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และข้าวของพังเสียหาย  ที่บริเวณบ้านไทยโยง  ต.กระสัง  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์  จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  พร้อมหน่วยกู้ชีพ อบต.บ้านบัว   
         

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถกระบะตอนเดียว ยี่ห้อนิสสัน สีเขียว ทะเบียน บุรีรัมย์  ลักษณะเป็นรถนายฮ้อย​ ใช้สำหรับบรรทุกวัวควาย อยู่ในสภาพพุ่งชนอัดก๊อปปี้กับร้านขายของริมถนน ด้านหน้าพังเสียหาย  แต่ไม่พบผู้ขับขี่อยู่ภายในรถ   และบริเวณที่รถกระบะคันดังกล่าวพุ่งชนก็มีทั้งโต๊ะหินอ่อนขนาดใหญ่แตกหัก  ข้าวของภายในร้านพังกระจัดกระจายเสียหายเกือบทั้งหมด  ทั้งนี้ยังพบรอยเลือดอยู่ในจุดเกิดเหตุด้วย  


      ซึ่งจากการสอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า  คนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส คือ ด.ช.ธีรพล  หรือน้องแสตมป์  วัยเพียง 4 ขวบ  เพราะถูกแผ่นโต๊ะหินอ่อนที่รถพุ่งชนกระแทกอย่างแรงและทับตัวน้อง   ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้เป็นพ่อได้นำตัวน้องส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วนแล้ว    แต่น้องทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา     


          ส่วนรถยนต์อีกคันที่กระบะคันดังกล่าวพุ่งชนก่อนจะเสียหลักพุ่งเข้าร้านค้าข้างทาง  คือ รถปิคอัพ​ ยี่ห้อฟอร์ด​เรนเจอร์  ทะเบียน  นครราชสีมา  ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน​ แต่คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บและยังรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ   ส่วนคนขับกระบะที่พุ่งเข้าไปในร้านค้าชนเด็กเสียชีวิตได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี  ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
             

ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านเกิดเหตุติดตั้งไว้บันทึกภาพเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน  ซึ่งนาทีนั้นได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้เป็นแม่ด้วยความตกใจที่เห็นลูกชายถูกชนแล้วแผ่นหินอ่อนทับตัวอยู่  ก่อนจะยกหินอ่อนออกแล้วอุ้มลูกให้สามีรีบพาส่ง รพ.  
           

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลบุรีรัมย์  พบนายนพดล อายุ 33 ปี  และ น.ส.พัชรวรรณ  อายุ 29 ปี พ่อและแม่ของ ด.ช.ธีรดล  หรือน้องแสตมป์  นั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินแทบจะขาดใจ   เพราะยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายที่กำลังน่ารัก  ส่วน ด.ญ.ศิรินทร์ทิพย์  หรือน้องสตังค์ วัย 5 ขวบ ลูกสาวคนโต ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย  ก็ร้องไห้ตลอดเวลาต้องมีญาติคอยปลอบเพราะยังขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  สร้างความสะเทือนใจให้กับญาติและพยาบาลที่ทราบข่าว


 จากการสอบถาม น.ส.พัชรวรรณ  ผู้เป็นแม่  เล่าทั้งน้ำตาว่า  ก่อนเกิดเหตุตนกำลังถักเปียให้น้องสตังค์ ลูกสาวคนโตวัย 5 ขวบ และป้อนข้าว น้องแสตมป์ ลูกชายคนเล็ก​ วัย 4 ขวบ  อยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน จู่ๆ ไม่รู้รถกระบะคันดังกล่าวมาจากไหนตอนนั้นตนทำได้แค่ผลักลูกสาวออกเพื่อไม่ให้ถูกชน  แต่ลูกชายซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งจึงคว้าไม่ทันทำให้ถูกแผ่นหินอ่อนที่กระบะขับรถกระแทกอย่างแรงและทับตัวน้องจนสลบ  ตนก็ใช้กำลังที่มียกแผ่นหินอ่อนออกแล้วอุ้มลูกชายที่หมดสติส่งต่อให้สามีรีบพาส่ง รพ. ก็คิดว่าน้องแค่สาหัสแต่พอไปถึงห้องฉุกเฉินหมอพยาบาลบอกว่าได้ช่วยปั้มหัวใจช่วยเต็มที่แล้วแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องไว้ได้  ตอนนั้นแทบช็อกทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องไห้เพราะไม่คิดว่าจะสูญเสียลูกไป   ส่วนคนที่ชนดูจากสภาพก็คล้ายกับคนเมา หลังเกิดเหตุก็หลบหนีไปเลยไม่มีแต่คำขอโทษหรือช่วยเหลืออะไรเลย  ก็อยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวมาตรวจแอลกอฮอล์และดำเนินคดีตามกฎหมาย   


    ด้านนายอนันต์   เครือทอง    เจ้าของโรงแรม  เล่าว่า หลังกลับจากส่งลูกไปเรียนในตัวเมืองก็กำลังขับรถกลับ  แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุ  รถกระบะที่ขับสวนมาจะมุ่งหน้าเข้าเมืองก็ข้ามเลนมาชนเต็มแรงจนรถหมุนกลางถนนเกือบจะไปชนเสาไฟฟ้าข้างทางเคราะห์ดีที่ประคองเอาไว้ได้  จากนั้นรถคันดังกล่าวก็เสียหลักไปพุ่งชนร้านค้าจนมีเด็กบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิต  ก็อยากให้คนขับกระบะออกมาแสดงความรับผิดชอบ  และอยากฝากถึงผู้ขับขี่ว่าควรใช้สติ


    ขณะที่ น.ส.มนพัทธ์    สิริพัชรมณฑ์  หัวหน้าห้องฉุกเฉิน​ โรงพยาบาลบุรีรัมย์  บอกว่า  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมากที่ต้องมาสูญเสียลูกชายในวันที่กำลังน่ารัก  ก็ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจกับหมอ พยาบาลด้วยเช่นกัน   เพราะถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น จึงอยากสะท้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้มาตรการจริงจังกับผู้ขับขี่รถบนท้องถนน  ทั้งความพร้อมของรถ และสมรรถภาพของผู้ขับขี่  หากไม่พร้อมก็ไม่ควรปล่อยให้มาขับรถ หากเป็นไปได้ก็อยากให้ตำรวจตั้งด่านตรวจถาวรอย่างจริงจัง   เพื่อตรวจสอบคนขับขี่ที่ไม่พร้อมโดยเฉพาะผู้ที่เมาแล้วขับควรจะใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก   เพราะปัจจุบันสถิติอุบัติเหตุก็ยังเพิ่มอย่างต่อเนื่อง