ศาลสั่งจำคุก 3 ปี เจ้าของเนอสเซอรี่และพี่เลี้ยง กรณีฝากเลี้ยงน้องนาวาเสียชีวิต

ภูมิภาค16 ส.ค. 2562 • 11:35 น.
ศาลสั่งจำคุก 3 ปี เจ้าของเนอสเซอรี่และพี่เลี้ยง กรณีฝากเลี้ยงน้องนาวาเสียชีวิต
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 สิงหาคม 2562 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 19ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งศาลได้มีการนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ.6016/2561อัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง นางกมลวรรณ จีนจะโปะ อายุ 50 ปี เจ้าของเนอสเซอรี่ซึ่งตั้งอยู่ ภายในหมู่บ้านสวัสดิ์ดี ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จำเลยที่1 ข้อหาดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ส่วน นางอัมพร ดาวเรรัมย์ อายุ 28ปี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพี่เลี้ยง ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่1 จัดตั้งและดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงโดยไม่ได้รับ ใบอนุญาต และจำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายเด็กชายจตุภัทร วรศาสตร์ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์โจทก์ร่วมและจำเลยทั้งสองแล้วเห็นว่า เนื่องจากผล ชันสูตรจากสถาบันนิติเวช ผู้ตายได้เสียชีวิตจากสาเหตุ กระดูกซี่โครงซี่ที่ 2 ถึงที่ 4 ด้านข้าง หักเป็นเหตุ ให้ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวและถึงแก่ความตาย ทั้งนี้จำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบกิจการรับเลี้ยงเด็กมี จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างผู้เลี้ยงดูเด็ก จำเลยที่ 1 จึงต้องดูแลจำเลยที่ 2 ให้เลี้ยงผู้ตายเป็นอย่างดี ตามที่ตนประกอบกิจการ เมื่อจำเลยที่ 1 อยู่ในบริเวณที่จำเลยที่ 2 เลี้ยงดูผู้ตายดังกล่าว เชื่อว่าจำเลยที่ 1 ต้องรู้เห็นถึงการกระทำของจำเลยที่ 2ต่อผู้ตาย ซึ่งจำเลยที่ 1ต้องหามปรามจำเลยที่ 2มิให้กระทำดังกล่าว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ห้ามปรามกลับให้จำเลยที่ 2 กระทำต่อผู้ตายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวถือว่ามีเจตนาร่วมกระทำความผิด กับจำเลยที่ 2ด้วย ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2จำเลยทั้งสอง จึงมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามฟ้อง ส่วนความผิดฐานจัดตั้งหรือคำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับใบอนุญาตสำหรับจำเลยที่1นั้นเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานจัดตั้งหรือดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจึงไม่มีความผิดฐานดังกล่าว และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมหดแทนแก่โจทก์รวมทั้งค่าปลงศพผู้ตายและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการจัดการศพเป็นเงิน 1 แสนบาท ค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์รวมเป็นเงิน720,000 บาท รวม เป็นเงิน 820,000 บาท พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา250 ประกอบมาตรา 83จำคุกคนละ3 ปีให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้คำสินไหมทดแทนเป็นเงิน820,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ35 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2561เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากวันที่ 30เม.ย.61 น.ส.วราลี เสริมจันทร์ อายุ 35 ปี มารดาของ ด.ช.จตุภัทร วรศาสตร์ อายุ 11 เดือน หรือน้องนาวา ได้เข้า ร้องขอความเป็นธรรมกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ช่วยให้ช่วยเร่งรัดคดี กรณีลูกชายวัย11 เดือนเสียชีวิตปริศนาหลังจากได้พาน้องนาวา ไปฝากเลี้ยงที่เนอสเซอรี่ ครูอ้อ ภายในหมู่บ้านสวัสดี เลขที่ 986 / 116หมู่ 4 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ได้เพียง6 วัน ก่อนลูกชายจะเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 13.25 น. วันที่ 25 เม.ย. ขณะที่ด้านพี่เลี้ยงอ้างว่า น้องนาวา ขาดอากาศหายใจจากผ้าอ้อมปิดหน้า แต่เมื่อผลชันสูตรออกมากลับพบว่า กระดูกซี่โครงหักถึง 3 ซี่ อวัยวะภายในและตับ ม้ามคั่งเลือด เซลล์สมองมีลักษณะเสื่อมและตายบางตัว ซึ่งได้ขัดแย้ง กับคำให้การขอจำเลยทั้งสองคน ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ นั้นถึงแก่ความตาย บรรยากาศบริเวณหน้าศาล น.ส.วราลี เสริมจันทร์ แม่ข้องน้องนาวา ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการตั้งแต่ช่วงเช้า โดยได้นำรูปน้องนาวาติดตัวมาด้วย ซึ่ง น.ส.วราลี แม่ของน้องนาว กล่าว่า ตนต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้ลูกชายมาเป็นเวลากว่า 1 ปี 3 เดือน วันนี้ศาลตัดสินให้ทางครูอ้อ และครูพี่เลี้ยงจำคุก 3 ปี ถึงแม้จะแลกกับชีวิตของลูกชายที่เสียไปไม่ได้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมว่าคนผิดต้องได้รับโทษ ซึ่งหากวิญญาณน้องรับรู้ ตนอยากบอกว่าแม่ได้ทวงความยุติธรรมให้ลูกแล้ว ส่วนผู้ต้องหาเองหลังจากเกิดเหตุแม่กระทั้งวันที่ศาลนัดสืบพยานก็ไม่เคยติดต่อเข้ามาคุยกับตนเลยซึ่งเค้าเองก็ยืนยันว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด และทราบว่า ทั้งสองได้นำหลักทรัพย์มาขอยื่นประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งนั้นก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตนเองก็จะต่อสู้จนคดีจะถึงที่สุดเช่นกัน