บ้านวังเวิน อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ยังวิกฤติ น้ำท่วมล้อมรอบกลายเป็นเกาะกลางน้ำ ถนนขาดรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ภูมิภาค11 ก.ย. 2565 • 22:36 น.
บ้านวังเวิน อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ยังวิกฤติ น้ำท่วมล้อมรอบกลายเป็นเกาะกลางน้ำ ถนนขาดรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้

บ้านวังเวิน อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ยังวิกฤติ น้ำท่วมล้อมรอบหมู่บ้านกลายเป็นเกาะกลางน้ำ กัดเซาะถนนขาดรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่ชาวบ้านติดริมน้ำชีผวา เสียงตลิ่งทรุดเข้ามาถึงหน้าบ้านดังลั่นเป็นระยะ ล่าสุดพื้นห้องครัวทรุด วอนผู้ใจบุญช่วยเรื่องอาหารการกินทั้งคนและสัตว์เลี้ยง


เมื่อเวลา 17.00น.วันที่ 11 ก.ย.2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดูปริมาณน้ำที่ท่วมถนนทางเข้าบ้านวังเวิน ม. 8 ต.ศรีบุญเรือง อ.ชนบท ซึ่งชาวบ้านแจ้งว่า ถนนทางเข้าออกหมู่บ้านน้ำท่วมและถูกน้ำกัดเซาะถนนขาดทุกสายแล้ว รวมถึงแม่น้ำชี กัดเซาะตลิ่งจนถนนพัง มีรอยแตกร้าวใต้พื้นดิน ทำให้พื้นบ้านของชาวบ้านเป็นรูใต้ดิน จนต้องขนของหนี ซึ่งจากการเดินลุยน้ำที่ท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้าน ในเส้นทางจากหน้าโรงเรียนบ้านวังเวินกุดหล่มเข้าไปในหมู่บ้าน  ระยะทาง 500 เมตร ผ่านจุดที่ถนนขาด พบว่าปริมานน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม และไหลเชี่ยวแรง โดยยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน  ทั้งยังพบว่าในพื้นที่หมู่บ้านนั้น น้ำเริ่มไหลเอ่อเข้าแล้ว
 
นอกจากนี้ยังพบว่าที่ตลิ่งริมน้ำชี ทางด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ซึ่งมีบ้านพักอาศัยของชาวบ้านสร้างเรียงรายหลายหลัง  โดยพบว่า น้ำชีได้กัดเซาะตลิ่งจนพัง ทำให้ถนนริมตลิ่งน้ำชีพังเป็นทางยาวประมาณ 5 เมตร  ใต้ผิวพื้นถนนเป็นยังรอยโบ๋ และมีดินแตกทลายลงไปบ่อยๆ ทั้งยังทำให้มีรอยแตกร้าวเข้าในห้องครัว ภายในบ้านของนางนวล ดีเลิศ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 ม.8 บ้านวังเวิน ต.ศรีบุญเรือง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น จนพื้นห้องครัว เป็นหลุมยุบลงไปกว้าประมาณ1 เมตร ทั้งยังมีรอยแตกร้าวทั้งห้อง
 
นางนวล กล่าวว่า เกิดและเติบโต จนมีครอบครัว อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มาตลอดชีวิต ไม่เคยประสบปัญหาเช่นนี้  ที่ผ่านมาน้ำท่วม แต่น้ำไม่แรง ปีนี้น้ำมาเร็วและไหลแรง กัดเซาะตลิ่งจนพังทลายเข้ามา ทำให้ถนนริมตลิ่งถูกกัดเซาะจนทลาย แล้วยังทำให้พื้นบ้านเป็นหลุมยุบและแตกร้าว  กลัวว่าบ้านจะพังและยุบลงไปจึงวานให้เพื่อนบ้านมาขนของออกไปไว้ในที่ปลอดภัย ครอบครัวมีที่อยู่เพียงที่นี่ที่เดียว หากบ้านพังเพราะถูกน้ำชีกัดเซาะก็จะไม่มีที่อยู่อาศัย จึงอยากร้องขอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพนังกั้นตลิ่ง  เร่งมาช่วยชาวบ้านด้วย
 
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินสำรวจรอบหมู่บ้าน โดยพบว่า พื้นที่โดยรอบของบ้านวังเวินนั้น ถูกล้อมด้วยแม่น้ำชี  และที่ถนนทางด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเส้นทางออกไปที่บ้านละว้า อ.ชนบท และออกถนนมิตรภาพได้ เป็นถนน คสล. กว้างประมาน 4 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร ปรากฏว่า ถนนแตก ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หากจะผ่านเส้นทางดังกล่าว ต้องเดินลุยน้ำเท่านั้น

นางพรเพ็ญ ชลไพร ผู้ใหญ่บ้าน บ้านวังเวิน  ม.8 กล่าวว่า ถนน คสล.ที่ขาดนั้น เป็นถนน คสล.เส้นทางที่สัญจรออกไปบ้านละว้า เพิ่งซ่อมเสร็จประมานเดือนกว่า ก็ถูกน้ำท่วมและกัดเซาะจนถนนแตก ไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้  ส่วนน้ำที่มาท่วมและกัดเซาะถนนเส้นนี้นั้น เป้นน้ำชีที่ล้นตลิ่งกัดเซาะพนังดินที่กั้นไว้จนทลาย น้ำทะลักเข้ามาท่วมที่นาและท่วมถนน กัดเซาะจนถนนขาด

"ปัญหาเกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าฝน และปริมานน้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้น ทำรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทางจังหวัดทราบมาโดยตลอด แต่ปีนี้น้ำมาเร็วและแรง กัดเซาะจนตลิ่งและถนนพัง พื้นดินที่ยุบก็รายงานให้ทางอำเภอทราบแล้ว โดยปัญหาที่เกิดขึ้นในจุดที่เป็นตลิ่งริมลำน้ำชี้นั้น เกิดขึ้นมานาน และในแต่ละปีตลิ่งจะทลายไปเรื่อยๆ พื้นที่สวนและบ้านเรือนของชาวบ้านหายไปทุกปี ทำรายงานปัญหาไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ทราบ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ สว.ลงพื้นที่มาดูจุดที่เป็นปัญหา คือจุดที่ใกล้บ้านนางนวล ว่าจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหาให้ แต่เวลาผ่านไป จนถึงขั้นวิกฤติในขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแล ชาวบ้านก็กลัวดินทรุด บ้านพัง แต่หน่วยงานต่างๆนิ่งเฉย  จึงฝากถึงนายกรัฐมนตรี ได้มีเมตตากับชาวบ้านด้วย ชาวบ้านอยากได้พนังกั้นตลิ่ง สร้างเฉพาะพื้นที่หมู่บ้านที่เป็นจุดเสี่ยงก็ได้  เพราะว่าทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านนั้น ทำพนังดินกั้นน้ำชีไว้  แต่เมื่อน้ำชีมีปริมานเพิ่มขึ้น พนังดินก็พัง น้ำก็มาทำลายถนน และนาข้าวของชาวบ้าน"
 

นางพรเพ็ญ กล่าวต่ออีกว่า ถนนทางเข้าออกหมู่บ้านทั้งสองเส้นทาง ถนนขาด ถนนพัง รถผ่านไปมาไม่ได้ ชาวบ้านก็เอารถออกจากบ้านอย่างลำบาก วัว ควายก็ไม่มีหญ้ากิน จึงอยากขอความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา นำน้ำดื่ม ข้าวกล่อง มาช่วยชาวบ้านด้วย  และขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื้องสัตว์หญ้าแห้งมาช่วยวัวควายที่อดอาหารด้วย