ครอบครัวจัดเตรียมสถานที่รอรับศพหนุ่มบุรีรัมย์แรงงานไทยโดนระเบิดเสียชีวิตที่อิสราเอล
ครอบครัวจัดสถานที่เตรียมรับร่างหนุ่มแรงงานโดนระเบิดเสียชีวิตในไร่แอปเปิล ที่อิสราเอล กลับประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ คาดถึง 4 ทุ่มคืนนี้ 22 ต.ค. ท่ามกลางความโศกเศร้าที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและเสาหลักของครอบครัว เมียเผยต้องเข้มแข็งเพื่อดูแลแม่สามีที่สูงอายุและลูกอีก 2 คน
วันที่ 22 ต.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ครอบครัวและญาติพี่น้อง ของนายนิสันต์ อายุ 42 ปี แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากการระเบิดของกระสุน ซึ่งตกค้างอยู่ในไร่แอปเปิล ที่อิสราเอล เมื่อวันที่ 12 ต.ค.67 ที่ผ่านมา ต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับร่างของนายนิสันต์ มาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด ต.กันทรารมย์ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตามกำหนดการทราบว่าศพจะมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงประมาณ 14.00 น. วันนี้ และจะมีการเคลื่อนร่างมาส่งที่บ้านเกิดช่วงประมาณ 22.00 น. คืนนี้ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน นายอำเภอกระสัง ข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่มาร่วมรอรับร่าง
ทั้งนี้ นางสาคร อายุ 70 ปี และนางพฤกษา อายุ 43 ปี แม่และภรรยา ของนายนิสันต์ ยังอยู่ในความโศกเศร้า เพราะยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และเสาหลักของครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ ซึ่งหลังจากที่ร่างมาถึงบ้านเกิดคืนนี้แล้ว ทางครอบครัวก็มีกำหนดจะตั้งสวดอภิธรรมศพ 2 วัน คือวันที่ 23 ต.ค. และ 24 ต.ค.67 และจะประกอบพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 25 ต.ค.67
โดย นางพฤกษา ภรรยา บอกว่า เมื่อทราบว่าคืนนี้ร่างของสามีจะกลับมาถึงบ้านเกิด ทางครอบครัวต่างก็เฝ้ารอเพราะอยากเห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะเป็นร่างที่ไร้วิญญาณก็ตามแต่อย่างน้อยสามีก็ได้กลับมาบ้าน ส่วนตัวยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียสามีแต่ก็ต้องเข้มแข็ง เพราะต้องดูแลทั้งแม่สามีที่สูงอายุแล้ว และดูแลลูกอีก 2 คนด้วย เบื้องต้นทางนายจ้างที่อิสราเอลที่สามีทำงานด้วย ได้แจ้งความประสงค์ผ่านทางข้อความแชทมาว่าจะช่วยเหลือเงินในการจัดงานศพของสามี ซึ่งไม่เกี่ยวกับเงินที่จะเยียวยาตามสิทธิประโยชน์ แต่ตอนนี้ยังติดขัดเรื่องเอกสารและการโอนเงิน ทางครอบครัวจึงจำเป็นต้องไปหยิบยืมเงินจากญาติพี่น้องและคนรู้จัก เพื่อสำรองเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพให้กับสามีก่อน และหากนายจ้างโอนเงินมาช่วยตามที่เขาแจ้งความประสงค์ หรือเงินช่วยเหลือจากทางราชการ ก็จะนำไปใช้หนี้คืน
ขณะที่ นางสาคร ผู้เป็นแม่ บอกว่า อยากจะเป็นหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายคิดถึงลูกมาก อยากให้ลูกกลับบ้าน อย่างน้อยก็ได้ทำบุญให้ลูก ส่วนแม่ก็ได้เตรียมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ลูกชายชอบใส่ ไว้ให้ลูกชายด้วย